2 ความเห็น

“ออรัลเซ็กซ์” ความสุขหฤหรรษ์ ที่มาพร้อมกับ”โรคมะเร็ง”


การทำโอษฐ์กาม หรือ “ออรัลเซ็กซ์” อาจก่อให้เกิดความเสี่ยงให้เกิดโรคเช่นเดียวกับการมีเพศสัมพันธ์แบบปกติ ซึ่งรวมถึงเชื้อไวรัสเอชพีวี (human papilloma virus) ซึ่งเป็นไวรัสที่พบได้ทั่วไป และบางชนิดอาจทำให้เกิดการติดเชื้อบริเวณอวัยวะเพศและนำไปสู่มะเร็งปากมดลูก เซลล์ผิดปกติของปากมดลูก และหูดที่อวัยวะเพศได้

“วัยรุ่นส่วนใหญ่มักไม่คิดว่าการทำออรัลเซ็กซ์เป็นสิ่งที่น่ากังวล พวกเขาคิดว่ามันเป็นวิธีที่แสดงถึงความใกล้ชิดโดยที่ไม่จำเป็นต้องมีเซ็กซ์” บอนนี่ ฮาลเพิร์น-เฟลเชอร์ ศาสตราจารย์ด้านกุมารเวชศาสตร์ จากมหาวิทยาลัยแคลิฟอร์เนีย, ซาน ฟรานซิสโก กล่าว

โดย ศ.ฮาลเพิร์น-เฟลเชอร์ แลคณะผู้จัยได้นำเสนอข้อมูลล่าสุดเกี่ยวกับความเสี่ยงของการติดเชื้อไวรัสเอ ชพีวี เมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา ระหว่างการสัมมนาประจำปีที่สมาคมด้านความก้าวหน้าทางวิทยาศาสตร์แห่งสหรัฐฯ

โดยข้อมูลล่าสุดระบุว่า 64% ของผู้ป่วยมะเร็งโคนลิ้นในสหรัฐฯ มีสาเหตุจากไวรัสเอชพีวี มากกว่าเกิดจากการสูบบุหรี่ ขณะที่จำนวนของ”คู่ขา” ซึ่งผู้ป่วยมีความสัมพันธ์แบบออรัลเซ็กซ์ด้วย ความเสี่ยงในการป่วยเป็นมะเร็งโคนลิ้นก็เพิ่มขึ้นเช่นกัน 

จากข้อมูลของสมาคมมะเร็งช่องปากระบุว่า พบผู้ป่วยซึ่งได้รับการวินิจฉัยว่าเป็นโรคมะเร็งในช่องปากจำนวนกว่า 37,000 รายต่อปี โดยทุกคนจะมีเชื้อไวรัสเอชพีวีอย่างน้อย 1 ชนิด จากจำนวนกว่า 130 ประเภท ขณะที่ยาต้านไวรัสที่มีอยู่ในปัจจุบัน คือ Gardasil และ Cervarix สามารถรักษาได้เพียง 2-3 ประเภทเท่านั้น แต่ก็ไม่ใช่ไวรัสทุกประเภทที่จะก่อให้เกิดมะเร็งได้ บางครั้งอาจทำให้เกิดหูด ซึ่งเป็นเนื้องอกประเภทที่ไม่ร้ายแรง

ดร.ไดแอนน์ ฮาร์เปอร์ นักวิจัยด้านไวรัสเอชพีวี จากมหาวิทยาลัยมิสซูรี่ สหรัฐฯ กล่าวว่า ผู้ป่วยมะเร็งจำนวน 5% ทั่วโลก มีสาเหตุจากไวรัสเอชพีวี และสามารถพบได้ในอวัยวะที่คาดคิดไม่ถึง โดยผลการศึกษจากมหาวิทยาลัยวอชิงตันระบุว่า ในเพศชาย บางราย สามารถพบแหล่งเชื้อไวรัสได้ถึง 26 ชนิดในเล็บมือ ซึ่งอาจนำไปสู่การเกิดมะเร็งที่เรียกว่า Subungual squamous cell carcinoma ซึ่งผู้ป่วยจะมีแผลเรื้อรังและมีน้ำเหลืองไหลซึมบริเวณใต้เล็บ ดังนั้นการล้างมืออย่างถูกต้อง จึงช่วยป้องกันไม่ให้เกิดมะเร็งประเภทนี้ได้

ขณะที่สาเหตุว่าทำไมเชื้อไวรัสเอชพีวี สามารถแพร่ขยายได้อย่างรุนแรงในผู้ป่วยบางราย แต่กลับไม่พบอาการใดๆในผู้ป่วยอีกหลายราย ยังคงเป็นเรื่องลึกลับ การศึกษาผู้ป่วยมะเร็งปากมดลูก พบว่า 70% ของผู้ติดเชื้อไวรัสสามารถหายได้เองภายใน 1 ปี และ 90% หายได้เองภายใน 2 ปี มีเพียง 10% เท่านั้นที่อาการลุกลามไปถึงขั้นร้ายแรง และ 5% มีรอยโรคแผ่กระจาย ซึ่งสามารถรักษาให้หายได้ ดร.ฮาร์เปอร์กล่าว

โดยเครื่องมือที่สำคัญสองประการในการป้องกันการเกิดมะเร็งดังกล่าวคือ การใช้ถุงยางอนามัย และการขริบหนังหุ้มปลายองคชาตของเพศชาย แม้ว่าทั้งสองสิ่งข้างต้นจะไม่สามารถป้องกันความเสี่ยงได้อย่างสมบูรณ์ก็ตาม

ขณะที่ยังไม่เป็นที่แน่ชัดว่า การจูบสามารถเป็นพาหะในการแพร่เชื้อไวรัสเอชพีวีได้หรือไม่ เนื่องจากยังไม่มีข้อมูลสนับสนุนที่เพียงพอ

นอกจากนั้นยังเป็นการยากที่จะตักเตือนให้วัยรุ่นรู้จักที่จะบังคับใจตน เองในเรื่องการทำออรัลเซ็กซ์ หรือแนะนำให้พวกเขาใช้อุปกรณ์ป้องกัน ขณะที่อัตราการติดเชื้อไวรัสที่ 50% ดูเป็นตัวเลขที่น้อยสำหรับวัยรุ่น และดูเหมือนว่าตัวเลขหรือสถิติใดๆก็ไม่สามารถก่อให้เกิดผลเช่นกัน ดร.ฮาร์เปอร์กล่าว

ทางที่ดีก็คือ พ่อแม่ควรพูดคุยเรื่องการทำออรัลเซ็กซ์กับุตรหลานของตนเองอย่างตรงไปตรงมา โดยบอกพวกเขาว่าผลของไวรัสเอชพีวี อาจไม่ส่งผลในทันทีทันใด และขณะที่ความเสี่ยงต่อโรคยังคงไม่ส่งผลมากนัก แต่ก็ควรให้ถือเป็นเรื่องที่สำคัญยิ่ง และผลในระยะยาวของมะเร็งเป็นสิ่งที่น่าวิตก

^o^

 

About these ads

2 comments on ““ออรัลเซ็กซ์” ความสุขหฤหรรษ์ ที่มาพร้อมกับ”โรคมะเร็ง”

  1. ขอบคุณครับ ความรู้ใหม่ๆๆทั้งนั้น

  2. ได้รับฟอร์เวิร์ดเมล์มา เอามาถ่ายทอด
    โปรดใช้วิจารณญานในการรับข้อมูลข่าวสาร
    ขอบคุณที่ติดตาม

ใส่ความเห็น

Please log in using one of these methods to post your comment:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

ติดตาม

Get every new post delivered to your Inbox.

%d bloggers like this: