ใส่ความเห็น

การหาเสียงเชิงนโยบาย


ภารกิจของผมทุกเช้าวันอาทิตย์จะต้องตื่นมารอฟังนายกฯ พูดไม่เคยพลาดเว้นแม้สักครั้ง ถึงจะมีภารกิจอย่างอื่นที่เร่งด่วนในเช้าวันอาทิตย์ ก็ต้องขอฟังนายกก่อน ก่อนที่จะไปทำอย่างอื่น

หลายสัปดาห์ที่ผ่านมานี้ เป็นอะไรที่ผมไม่อยากได้ยินคนๆ นี้พูดอะไรอีกแล้ว ไม่ว่าจะเป็นเรื่องเศรษฐกิจ การเมือง การต่างประเทศ ฯลฯ แม้วว่าท่านจะเป็นคนฉลาดในใช้คำพูด แต่ก็ไม่ได้ความว่าผมต้องคล้อยตาม มีหลายสิ่งที่เราคนไทยหลายๆ คนที่รู้สึกอย่างเดียวกันกับผมก็คงคิดเหมือนกันว่า ท่านยังอยากอยู่ในตำแหน่งหรือไม่ อยากทำงานในตำแหน่งนายกรัฐมนตรีต่อไปหรือไม่ ? นั่นเป็นคำถามที่ยังคงคาอยู่ในหัวใจแฟนคลับของท่าน

อภิสิทธิ์ยังคงศรัทธาท่านที่ท่านไม่มีอะไรด่างพล้อยเรื่องคอรัปชั่น เช่นเดียวกับท่านอดีตนายกชวน ที่ผมยังศรัทธาไม่เสื่อมคลาย

การทำงานของท่านนายกฯ อภิสิทธิ์ในไตรมาสแรกที่เป็นความรู้สึกส่วนตัวคือ ตั้งหน้าตั้งตาหาเสียง นโยบายที่ออกมาเน้นการอุ้มชู ป้อนเงินใส่กระเป๋าบรรดาฐานเสียงเดิมของพรรคฝ่ายตรงข้ามอย่างเห็นได้ชัด ด้วยแจก แจก แล้วแจก โดยที่ไม่รู้ด้วยซ้ำว่าแจกไปแล้ว ผู้ได้รับผลประโยชน์นั้นสมปราถนาอย่างแท้จริงหรือไม่ จริงอยู่ที่หลายคนอาจได้อานิสสงจากสิ่งที่ท่านแจกไป แต่หลายคนไม่จำเป็นต้องได้ต้องมี ก็ได้รับอย่างส้มหล่น เช่นเงินค่าครองชีพผู้สูงอายุ อสม. เพื่อนผู้พี่ของผมเองเป็น อสม. ทั้งที่ตัวเองก็มีรายเดื่อนหนึ่งเกือบแสน และเป็นผู้สูงอายุที่เข้าเกณฑ์ก็เลยได้ส้มหล่นอย่างที่ว่า ถามว่าเงินที่ได้ไปทำอะไร? นั่นนะซิ แค่พันนิดๆ “แค่พันนิดๆ” สำหรับคนบางคนเป็นแค่นั้นจริง มันดูไม่มีค่า “ค่ามือถือก็ยังพอจ่ายเลย เติมน้ำมันรถใช้แค่สามวันก็หมดแล้ว” เพื่อนผู้พี่ที่ผมเคารพกล่าวด้วยความเย้ยหยัน

“การให้ควรให้กับผู้ที่สมควรได้รับ”

ทำให้นึกถึง สปก 4-01ขึ้นมาทันที ดูคล้ายกันยังกับฝาแฝดทั้งรูปแบบและวิธีการ ไม่อยากรื้อฟื้น เถ้าถ่านไฟเก่าที่ยังไม่ดับสนิทจนทุกวันนี้

รัฐสวัสดิการ นั่นคือสุดยอดปรารถนาของคนทั้งประเทศ เราพร้อมแล้วหรือ ในขณะที่ภาษีที่เราเก็บได้แค่เพียงไม่กี่เปอร์เซ็นต์ของ GDP กับประเทศที่เขาเป็นรัฐสวัสดิการ เขาเก็บภาษีได้เกินครึ่งของ GDP เขาจะให้สวัสดิการกับคนในชาติเขาอย่างไรก็ได้ ทำไมต้องขึ้ตามช้าง

ราคาสินค้า ที่ทุกรัฐบาลพยายามบิดเบือนด้วยการเอาภาษีของคนทั้งชาติไปอุดหนุนเพียงเพื่อไม่ให้ราคามันขึ้น เกรงจะกระทบความรู้สึกของฐานเสียงทั้งหน้าเดิมและหน้าใหม่ คนไทยไม่มีวันที่จะได้รู้ถึงความเป็นจริงที่เปลี่ยนแปลงไปในโลกใบนี้ เพราะทุกรัฐบาลจะทำอย่างเดียวกันคือ ทำให้คนไทยไม่รู้สึกว่าข้าวของแพงในยุคที่ตนเป็นรัฐบาล คงเคยได้ยินนะ “ไข่เติ้ง” “ไข่แม้ว” จนมาถึง “ไข่มาร์ค” แล้วอย่างนี้ไม่เรียกหาเสียงแล้วจะให้เรียกอะไร

ราคาน้ำมันเชื้อเพลิง ผมจำได้ว่า ผมเคยได้ยินท่านพูดในช่วงการหาเสียง ออกทีวีด้วยซ้ำว่าถ้าท่านเข้ามาเป็นรัฐบาล กำไรของ ปตท. ที่มีเป็นแสนล้าน ท่านจะนำมาใช้พยุงราคาน้ำมัน ถ้าเป็นอย่างนั้นก็สมควร เพราะ ปตท.ขุดรีดประชาชนก็ควรจะคืนกำไรนั้นให้สังคม คนที่ไม่ได้ถือหุ้น ปตท.เขาไม่สนหรอกว่าปันผลเท่าไร แต่เขารู้ว่าเขาต้องจ่ายค่าน้ำมันเชื้อเพลิงลิตรละเท่าไร ทุกวันนี้นโยบาย นำกำไร ปตท. มาหนุนราคาน้ำมันเชื้อเพลิง ไม่มีใครในรัฐบาลหรือในพรรคประชาธิปัตย์พูดถึงสักคน เป็นใบ้กันหมด หาเรื่องมาพูดได้ทุกวัน แต่เรื่องนี้ซึ่งนายกเป็นคนให้สัญญาไว้เองกลับไม่มีใครยกประเด็นขึ้นมาพูด สงสัยต้องขอยืมปากท่านเสด็จพี่ช่วยเป็นกระบอกเสียงให้เสียแล้วกระมัง

สมัยหนึ่งเราคงเคยได้ยินคำว่า “ทุจริตเชิงนโยบาย” แต่ยุคนี้เป็นยุคแท้จริงของ “การหาเสียงเชิงนโยบาย” อาจไม่ใช้การหาหรือกอบโกยผลประโยชน์เข้าตน พวกพ้อง ญาติมิตร แต่เพื่อกอบโกยคะแนนเสียง แล้วจากนั้นล่ะ ได้คะแนนเสียงแล้วไงต่อไป …? เป็นรัฐบาลแล้วไง ? ทำอย่างที่อยากทำ… แค่นั้นจริงๆ หรือ เป็นข้อมูลไว้เขียนหนังสือ หรือไว้จัดรายการคุยข่าวตามที่ได้ฝันไว้

สิ่งที่น่าเสียดายที่สุดคือ ความสัมพันธ์อันดีของมิตรประเทศเพื่อนบ้าน แม้ว่าเราจะได้เปรียบทางการค้าอยู่มาก แต่ก็ทำให้ประชาชนตามแนวชายแดนสองประเทศ อยู่ด้วยกันด้วยความเป็นสุขร่มเย็นตลอดมา นโยบายที่อ่อนปวกเปียกด้านการต่างประเทศของท่าน ทำให้เกิดการพิพาทระหว่างกันอยู่บ่อยครั้ง การดำเนินวิธีทางการฑูตที่ไม่ชัดเจน ไร้จุดยืนทำการฑูตแบบตั้งรับ ปรับตัวช้าเป็นจุดอ่อนของท่านและรัฐมนตรีที่รับผิดชอบ ความเสียหายเกิดกับภาพลักษณ์ของประเทศ เราเป็นประเทศที่อานุภาพทางทหารเหนือกว่า กลายเป็นจำเลยต่อสังคมโลก เราจะต้องตั้งรับการเมืองระหว่างประเทศอย่างนี้มาตลอด และต่อไปอีกนานเท่าที่ท่านยังไม่ตระหนักถึงปัญหาที่แท้จริง เพื่อนบ้านมีปัญหาอะไรเราต้องยิ่งช่วย ช่วยให้เขาช่วยตัวเองได้ เมื่อเขาช่วยตัวเองได้ปัญหาของเราก็จะเบาบางไปด้วย

เวลานี้ไม่มีใครแล้วที่จะเข้ามากอบกู้สถานการณ์ของชาติได้ดีไปกว่าท่านนายกฯ อภิสิทธิ์ ขอให้ทำงานในหน้าที่ของนายกฯ การหาเสียงเป็นเรื่องของพรรค อย่าเอาผลประโยชน์พรรคมาผูกกับเงื่อนไขนโยบายการบริหารประเทศ ถ้าสองสิ่งนี้ถูกแยกออกจากกับได้ ประชาชนก็จะไร้ข้อกังขาในสิ่งที่ท่านทำ

ว่าจะไม่ข้องแวะเรื่องการเมืองแล้ว มันอดไม่ได้จริงๆ

Advertisements

ใส่ความเห็น

Please log in using one of these methods to post your comment:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

%d bloggers like this: