ใส่ความเห็น

สาหร่ายทะเลไทย อาหารเพื่อสุขภาพที่ไม่ควรมองข้าม


สาหร่ายทะเล
“สาหร่าย ทะเล” หรือที่ภาษาอังกฤษเรียกว่า Seaweed เป็นหนึ่งในพรรณไม้น้ำที่เกิดอยู่ตามชายทะเล แบ่งเป็นกลุ่มใหญ่ตามลักษณะและสีสันที่พบเห็น ได้แก่ สาหร่ายสีเขียว สาหร่ายสีแดง และสาหร่ายสีน้ำตาล เป็นต้น ปัจจุบันสาหร่ายทะเลกำลังเป็นที่นิยมนำมาบริโภคเป็นอาหารเพื่อสุขภาพกัน อย่างแพร่หลาย โดยเฉพาะในประเทศญี่ปุ่น และกลุ่มประเทศตะวันตก และกลายเป็นสินค้าส่งออกที่มีมูลค่าสูง ในขณะที่ประเทศไทยเอง ถือได้ว่าเป็นแหล่งผลิตสาหร่ายทะเลตามธรรมชาติที่มีเป็นจำนวนมาก และมีความหลากหลาย อีกทั้งสาหร่ายทะเลบางชนิดสามารถนำมาบริโภคได้ เช่น สาหร่ายผมนาง สาหร่ายขนนก สาหร่ายกลวง แต่กลับถูกหลงลืมไปหรือไม่เป็นที่นิยมเท่าที่ควร

ดังนั้น กรมประมง โดยศูนย์วิจัยและพัฒนาประมงชายฝั่งประจวบคีรีขันธ์ จึงได้ดำเนินการศึกษาวิจัยชนิดของสาหร่ายทะเลของไทย ที่สามารถนำมาบริโภคได้ รวมถึงคุณค่าทางโภชนาการ และการแปรรูปเพื่อนำมาเป็นผลิตภัณฑ์อาหาร เพื่อเผยแพร่และประชาสัมพันธ์ให้คนไทยได้รู้จักและเห็นคุณค่าของสาหร่ายทะเล มากขึ้น

นายนพดล ภูวพานิช ผู้อำนวยการศูนย์วิจัยและพัฒนาประมงชายฝั่งประจวบคีรีขันธ์ กล่าวว่า ศูนย์ฯได้เริ่มศึกษาวิจัยสาหร่ายทะเลของไทยมาเป็นระยะเวลานาน เนื่องจากเห็นว่าสาหร่ายทะเลน่าจะเป็นแหล่งอาหารโปรตีนที่มีคุณค่าและสามารถ ส่งเสริมให้เกษตรกรเพาะเลี้ยงในเชิงพาณิชย์ เป็นอาชีพสร้างรายได้ที่มั่นคงได้

ด้าน นายคมน์ ศิลปาจารย์ นักวิชาการประมง 7 ศูนย์วิจัยและพัฒนาประมงชายฝั่งประจวบคีรีขันธ์ กล่าวว่า ประเทศไทยถือเป็นประเทศหนึ่งที่มีความอุดมสมบูรณ์ของทรัพยากรสาหร่ายทะเล จากการศึกษาพบว่ามีสาหร่ายทะเลที่พบในท้องทะเลไทยมากกว่า 130 ชนิด โดยแหล่งของสาหร่ายทะเลที่สำคัญ ได้แก่ ทะเล สาบสงขลา อ่าวปัตตานี ซึ่งเป็นแหล่งสำคัญของสาหร่ายผมนาง สามารถนำมาปรุงอาหาร สกัดวุ้น และชายฝั่งทะเล จ.กระบี่ ภูเก็ต และสตูล เป็นแหล่งของสาหร่ายสาย หรือ สาหร่ายขนนก นอกจากนี้ในอ่าวไทยตอนใน เช่น อ่าวคุ้งกระเบน ยังเป็นแหล่งที่สามารถพบสาหร่ายทะเลได้หลายชนิดด้วย

นอกจากนั้น จากกระแสที่ผู้บริโภคหันมานิยมบริโภคอาหารเพื่อสุขภาพมากขึ้น การบริโภคสาหร่ายทะเลจึงเป็นอีกทางเลือกหนึ่งที่ได้รับความนิยม โดยเฉพาะในต่างประเทศ เช่น ญี่ปุ่น และสหภาพยุโรป เนื่องจากสาหร่ายทะเลเป็นแหล่งอาหารโปรตีนที่สำคัญ และอุดมไปด้วยแร่ธาตุและวิตามินหลายชนิด โดยเฉพาะแคลเซียมที่มีมากกว่าในนมถึง 10 เท่า และยังมีธาตุเหล็ก ไอโอดีน วิตามินเอ วิตามินซี และวิตามินบี 1 แต่การบริโภคสาหร่ายทะเลในประเทศไทยยังไม่ค่อยเป็นที่นิยมเท่าที่ควร และมีการบริโภคเฉพาะถิ่นในกลุ่มประชาชนที่อาศัยตามชายฝั่งทะเลเท่านั้น

นาย คมน์ กล่าวต่อว่า เพื่อให้ประชาชนได้รู้จักและหันมาบริโภคสาหร่ายทะเลกันมากขึ้น จึงได้คัดเลือกสาหร่ายทะเลบางชนิดนำมาแปรรูปเป็นผลิตภัณฑ์ และส่งเสริมให้กับกลุ่มเกษตรกรบริเวณใกล้เคียงศูนย์ฯ ได้นำไปผลิตและจำหน่ายเป็นรายได้เสริม เช่น สาหร่ายกลวง นำมาผลิตเป็นเครื่องดื่มสาหร่ายเพื่อสุขภาพ หรือสาหร่ายทะเลดอง ข้าวเกรียบจากสาหร่ายผมนาง เป็นต้น ซึ่งได้รับการยอมรับจากผู้บริโภคเป็นอย่างดี

ทั้งนี้ การเพาะเลี้ยงสาหร่ายทะเล จึงน่าจะเป็นอีกอาชีพหนึ่งที่น่าสนใจสำหรับเกษตรกรที่ต้องการประกอบอาชีพ ด้านการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำ เนื่องจากมีต้นทุนต่ำ ดูแลรักษาง่าย และใช้พื้นที่น้อย ซึ่งการเลี้ยงสาหร่ายทะเลโดยทั่วไปมีรูปแบบการเลี้ยงที่สำคัญ 3 รูปแบบ ได้แก่ การเลี้ยงในทะเล การเลี้ยงบริเวณชายฝั่งทะเล และการเลี้ยงในบ่อดิน สำหรับในประเทศไทยการเลี้ยงในบ่อดินเป็นรูปแบบที่มีผู้ให้ความสนใจมากที่สุด เนื่องจากสามารถนำสาหร่ายทะเล มาเลี้ยงในบ่อพักน้ำ บ่อบำบัดน้ำเพื่อช่วยปรับปรุงคุณภาพน้ำในการเลี้ยงกุ้งทะเล หรือแม้แต่การเลี้ยงในบ่อกุ้งทิ้งร้าง เพื่อให้สามารถนำพื้นที่ทิ้งร้างกลับมาใช้ประโยชน์ได้อีกครั้งหนึ่ง

การ เลี้ยงสาหร่ายทะเลในบ่อดินควรเลือกพื้นที่การเลี้ยงที่มีน้ำทะเลที่สะอาด ห่างไกลจากแหล่งปนเปื้อน เช่น โรงงานอุตสาหกรรม หรือแหล่งชุมชน น้ำทะเลควรมีค่าความเค็มค่อนข้างสูงตลอดปี โดยระดับความเค็มที่เหมาะสมขึ้นอยู่กับชนิดของสาหร่ายที่เลี้ยง โดยทั่วไปความเค็มควรอยู่ในช่วง 20-35 ส่วนในพันส่วน น้ำทะเลในบ่อเลี้ยงสาหร่ายควรมีการไหลเวียน เพื่อให้สาหร่ายสามารถรับธาตุอาหารได้อย่างทั่วถึง ระดับความลึกของน้ำในบ่อเลี้ยงควรอยู่ระหว่าง 0.6-2.0 เมตร หากน้ำในบ่อตื้นเกินไปอาจพบปัญหาการเกิดขี้แดด และการแก่งแย่งพื้นที่ของชนิดสาหร่ายที่ไม่ต้องการ

สำหรับสาหร่ายที่ เหมาะสมในการเพาะเลี้ยงในบ่อดิน ได้แก่ สาหร่ายผมนาง สาหร่ายกลวง สาหร่ายขนนก และสาหร่ายพวงองุ่น โดยพื้นที่ 1 ไร่ สามารถลงพันธุ์สาหร่ายได้ตั้งแต่ 150–1,000 กิโลกรัม หลังจากลงสาหร่ายได้ 45-60 วัน เริ่มทยอยเก็บผลผลิตได้

อนึ่งหากเกษตรกรท่านใดสนใจและต้อง การสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับการเพาะเลี้ยงสาหร่ายทะเลสามารถติดต่อขอ ข้อมูลได้ที่ศูนย์วิจัยและพัฒนาประมงชายฝั่งประจวบคีรีขันธ์ เลขที่ 448 หมู่ที่ 1 ต.คลองวาฬ อ.เมือง จ.ประจวบคีรีขันธ์ 77000 โทร. 0-3266-1398, 0-3266-1133 โทรสาร 0-3266-1298

Advertisements

ใส่ความเห็น

Please log in using one of these methods to post your comment:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

%d bloggers like this: