ใส่ความเห็น

F-15 ของกองทัพสหรัฐตกในลิเบีย





ภาพจาก pantip.com

เรียบเรียงข้อมูลโดยกระปุกดอทคอม
ขอขอบคุณภาพประกอบจาก zimbio.com, ไทยโพสต์ ,
wordpress.com

เครื่องบิน F-15
ของกองทัพเรือสหรัฐตกในลิเบีย  ซึ่งทางการสหรัฐอ้างว่าเครื่องยนต์ขัดข้อง ส่วนจีน
รัสเซีย อินเดีย และบราซิล ไม่เห็นด้วยที่ชาติพันธมิตรเข้าโจมตีลิเบีย
ทางด้านนักวิเคราะห์คาดว่าการสู้รบอาจไม่มีผู้แพ้หรือผู้ชนะโดยเด็ดขาด

สถานการณ์ความรุนแรงในประเทศลิเบีย ดูเหมือนจะระอุและร้อนแรงขึ้นเรื่อย ๆ
หลังจากที่สหประชาชาติ หรือ ยูเอ็นไฟเขียวให้ชาติพันธมิตรที่นำโดยสหรัฐอเมริกา
ฝรั่งเศส แคนาดา เข้าโจมตีลิเบีย
โดยมุ่งเป้าที่ระบบป้องกันภัยทางอากาศและกองทหารของ พ.อ.มุอัมมาร์ กัดดาฟี
รวมทั้งฐานทัพเรือของลิเบีย ซึ่งอยู่ห่างจากกรุงตริโปลีไปทางตะวันออก 10 กิโลเมตร

โดยเมื่อเวลา 19.04 น. ที่ผ่านมา ตามเวลาท้องถิ่น หรือ
ตรงกับประมาณเที่ยงคืนตามเวลาในประเทศไทย เกิดเหตุระเบิดขึ้นดังสนั่นหวั่นไหว
อย่างน้อย 2 ครั้ง บนท้องฟ้ายามค่ำคืนในกรุงทริโปลี ใกล้กับที่พักของ พ.อ.มูอัมมาร์
กัดดาฟี และโรงแรมที่พักของผู้สื่อข่าวต่างประเทศ
แต่ยังไม่เป็นที่แน่ชัดของแหล่งที่มาของเสียง
ภายหลังรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงต่างประเทศของลิเบีย ออกมากล่าวว่า
เหตุระเบิดดังกล่าวเป็นฝีมือของกองกำลังชาติตะวันตก ที่ร่วมมือกับกลุ่มกบฏ
เพื่อหวังสังหารกัดดาฟี

ทางด้าน
โฆษกกองบัญชาการประจำภาคพื้นแอฟริกาของสหรัฐ
ซึ่งตั้งอยู่ที่เมืองสตุตการ์ตของเยอรมนี วินซี ครอว์ลีย์ แถลงว่า
เครื่องบินรบของสหรัฐแบบเอฟ-15 อี ลำหนึ่งได้ตกในลิเบีย เมื่อวันอังคารที่ 22
มีนาคม เพราะเครื่องยนต์ขัดข้อง ไม่ได้ถูกรัฐบาลกัดดาฟียิงตก ซึ่งนักบินปลอดภัย
เพราะพวกกบฏชาวลิเบียได้ให้การช่วยเหลือ

ขณะที่เสียงวิจารณ์ต่อปฏิบัติการของชาติตะวันตกเริ่มดังขึ้นเรื่อย ๆ
และมีเสียงคัดค้านจากจีน รัสเซีย อินเดีย และบราซิล ไม่เป็นด้วยที่สหประชาชาติ
มีมติให้ชาติพันธมิตรเข้าไปแทรกแซงกิจการภายในของลิเบีย
เพราะจะทำให้ลิเบียอาจเกิดความหายนะทางมนุษยธรรม และวิตกกังวลว่า
จะทำให้พลเรือนบาดเจ็บล้มตาย  พร้อมเรียกร้องให้ยุติการสู้รบในลิเบีย

ด้าน นายบัน กี มูน เลขาธิการสหประชาชาติ หรือ UN
ออกมาแก้ต่างต่อคำวิพากษ์วิจารณ์อย่างรุนแรงในการปฏิบัติการทางทหารต่อ ลิเบีย
โดยเฉพาะจากรัสเซียและจีน โดย นายบัน กี มูน
ยกตัวอย่างความล้มเหลวในการยับยั้งการฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ ใน รวันดา กัมพูชา
และบอสเนีย ซึ่งเชื่อว่าทุกฝ่ายคงไม่อยากให้เกิดประวัติศาสตร์ซ้ำรอยเดิม
พร้อมกล่าวว่า จีนและรัสเซียต้องทำตามมาตรการของคณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติ
หรือ UNSC ในครั้งนี้ ซึ่งแม้ว่าจะมีการงดออกเสียงในที่ประชุม
แต่เมื่อมาตรการดังกล่าวถูกนำมากำหนดใช้ ทุกประเทศที่เป็นสมาชิกของสหประชาชาติ
ก็ต้องให้ความร่วมอย่างเต็มที่ เพื่อแก้ไขปัญหาให้ลุล่วง พร้อมวอนให้ประชาคมโลก
สนับสนุนมาตรการห้ามบินเหนือน่านฟ้าลิเบีย
เพื่อหยุดยั้งความรุนแรงต่อประชาชนชนของผู้นำลิเบีย

ขณะที่
บรรดานักวิเคราะห์ด้านความมั่นคงบอกว่า
ยังไม่ชัดเจนว่าอะไรจะเกิดขึ้นหากผู้นำลิเบียยังคงรักษาอำนาจไว้ต่อไปได้
ซึ่งชาติตะวันตกได้บอกชัดเจนแล้วว่า ไม่ต้องการเห็นลิเบียถูกแบ่งประเทศเป็น 2 ซีก
ระหว่างภาคตะวันออกที่ฝ่ายกบฏยึดครองกับภาคตะวันตก ซึ่งอยู่ในความควบคุมของกัดดาฟี
โดย เจเรมี บินนี นักวิเคราะห์ของไอเอชเอส เจน’ส์ ให้ความเห็น
“มีความเสี่ยงที่จะเกิดภาวะชะงักงันที่ยืดเยื้อ ซึ่งไม่มีฝ่ายไหนต้องการเจรจา
ดังนั้นจึงยังไม่รู้ว่าผลลัพธ์ในขั้นสุดท้ายจะเป็นอย่างไร”

Advertisements

ใส่ความเห็น

Please log in using one of these methods to post your comment:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

%d bloggers like this: