ใส่ความเห็น

ย้อนรอยตำนานเปอโยต์


ก้าว ผ่าน 2 ศตวรรษเป็นที่เรียบร้อย สำหรับค่ายรถยนต์ชั้นนำแห่งเมืองน้ำหอม PEUGEOT (เปอโยต์) ภายใต้โลโก้ “สิงโต” หนึ่งในตราสินค้าของผู้ผลิตรถยนต์ที่มีประวัติศาสตร์ยาวนาน และมีความผูกพันกับผลิตภัณฑ์ต่างๆ ใกล้ตัว ซึ่งก่อนที่จะพัฒนาสายการผลิตมาจนถึงปัจจุบัน สิงโตแห่งฝรั่งเศสมีการเดินทางของนวัตกรรมอย่างไรบ้าง เชิญติดตามชม…


Grand Bi โดดเด่นด้วยเส้นผ่าศูนย์กลางล้อ 1.35 เมตร

จุด กำเนิดของเปอโยต์เริ่มต้นเมื่อปี ค.ศ.1810การปรับเปลี่ยนรูปแบบโรงงานข้าวโพดในอุตสาหกรรมการเกษตรมาสู่โรงงาน เหล็กกล้าในอุตสาหกรรมเครื่องจักรกล ณ เมืองซอโช ประเทศฝรั่งเศส โดย 2 หัวเรือใหญ่ ชอง ปิแอร์ และ ชอง เฟเดอริค เปอโยต์ ซึ่งในช่วงแรกผลิตภัณฑ์ในยุคนั้นเน้นไปที่สิ่งของเครื่องใช้ใกล้ตัว เช่น เลื่อย ครื่องมือช่าง โครงกระโปรงทรงสุ่ม เครื่องบดกาแฟและจักรเย็บผ้า


รูปโฉมมอเตอร์ไซค์สองล้อคันแรกของเปอโยต์

ขณะนั้นการพัฒนาของผลิตภัณฑ์เปอโยต์ยัง อยู่ในขั้นเริ่มต้น จนมาถึงการปรับตัวอีกครั้งหนึ่งเมื่อปี 1886 เปอโยต์เข้าสู่กลุ่มผู้ผลิตยานพาหนะ โดย เปิดตัวด้วยจักรยาน รุ่น Grand Bi เป็นอันดับแรก และเจ้าสองล้อขับเคลื่อนด้วยพลังงานคนได้เข้าร่วมการแข่งขันตูร์ เดอ ฟรองซ์ ในปี 1905 พร้อมชูจุดเด่นที่นวัตกรรมคุณภาพเกียร์ โชว์สมรรถนะอันยอดเยี่ยมด้วยการคว้าชัยชนะมามากมาย ทำให้เปอโยต์กลายเป็นผู้ผลิตจักรยานแถวหน้าที่ได้รับความนิยมอย่างรวดเร็วจน มียอดขายเพิ่มสูงขึ้นถึง 50,000 คันในช่วงทศวรรษ 1950 และมากกว่า 400,000 คันในช่วงทศวรรษ 1970


ปี 1914 พัฒนาใช้เครื่องยนต์ 2 สูบ ความจุ 350 ซีซี

ในปี 1898 โรงงานโบลิเออได้ให้กำเนิดมอเตอร์ไซค์สองล้อคันแรกของเปอโยต์ที่มีชื่อว่า Motobicyclette โดยจัดแสดงในงานแสดงสินค้าที่กรุงปารีสในปี 1901 พกพาเครื่องยนต์ 2 จังหวะ ความจุ 198 ซีซี 1.5 บีเอชพี หลายปีต่อมาจึงเริ่มมีการใช้ลูกสูบคู่ที่มีกำลังแรงขึ้น จนกระทั่งในปี 1914 มอเตอร์ไซค์เปอโยต์ก็สามารถทำลายสถิติความเร็วได้ที่ 122 กิโลเมตรต่อชั่วโมง และหลายปีต่อมาได้เปิดตัวสกู๊ตเตอร์รุ่นใหม่ที่ใช้ตัวถังพลาสติกเป็นรายแรก พร้อมสร้างความโดดเด่นด้วยการติดตั้งระบบเบรกเอบีเอสให้กับสกู๊ตเตอร์ขนาด 125 ซีซี เป็นรายแรกเช่นกัน


รูปแบบการพัฒนาสกู๊ตเตอร์ในปัจจุบัน

จากการพัฒนาเทคโนโลยีมาอย่างต่อเนื่อง ในปี 1993 จึงเปิดตัวมอเตอร์ไซค์รุ่น 515 ระบบการทำงาน 4 จังหวะ พิกัดเครื่องยนต์ 500 ซีซี เพื่อหวังเป็นคู่แข่งมอเตอร์ไซค์จากอังกฤษที่ใช้เครื่องยนต์ขนาดใหญ่ มีกำลังแรงและเป็นที่นิยมในขณะนั้น อย่างไรก็ตาม รถ รุ่นนี้ได้กลายเป็นมอเตอร์ไซค์คันใหญ่สัญชาติฝรั่งเศสรุ่นสุดท้าย เนื่องจากปัญหาทางเศรษฐกิจ สิงโตแห่งเมืองน้ำหอมจึงขยายการผลิตไปสู่สกู๊ตเตอร์และมอเตอร์ไซค์ขนาดเล็ก ที่ได้รับความนิยมมากกว่า จวบจนปัจจุบัน เปอโยต์ยังคงพัฒนานวัตกรรมการผลิตยานยนต์ 2 ล้อ และเป็นผู้ผลิตรถจักรยานยนต์เพียงรายเดียวในบรรดาผู้ผลิตกว่า 300 รายในประวัติศาสตร์มอเตอร์ไซค์ฝรั่งเศสที่ยังคงยืนหยัดอยู่ในตลาด ภายใต้การควบคุมของพีเอสเอกรุ๊ปมาตั้งแต่ปี 1998


โมเดลสุดท้ายของบิ๊กไบค์เมืองน้ำหอม

ในทางด้านนวัตกรรมรถยนต์ เปิดฉากในปี 1889 จากวิสัยทัศน์และความหลงใหลในรถยนต์ของนายอาร์มานด์ เปอโยต์ ได้จัดแสดงรถยนต์ SerpolletPeugeot ขับเคลื่อนด้วยพลังงานไอน้ำ และพัฒนามาสู่การใช้น้ำมันเชื้อเพลิงในอีก 1 ปีต่อมา

หลัง จากเปิดตัววางจำหน่ายในตลาดและมียอดขายเพิ่มมากขึ้น จนกระทั่งปี 1900 กระแสความนิยมรถยนต์เปอโยต์เติบโตต่อเนื่อง ส่งผลให้กำลังการผลิตมีมากถึง 500 คันต่อปี และได้ก่อตั้งสำนักงานใหญ่ขึ้นที่เมืองเลวัลลัวส์ กรุงปารีสในปี 1902 เพื่อตอบสนองความต้องการรถยนต์ที่เพิ่มสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว และในที่สุดสามารถดำเนินการผลิตได้ถึง 100,000 คัน ในปี 1925 (ติดตามต่อตอนที่ 2)


เริ่มต้นผลิตรถยนต์ใช้พลังงานไอน้ำ


การออกแบบในยุคแรกเริ่มลงตัวมากขึ้น


ได้รับความนิยมอย่างมากในปี 1902

ใส่ความเห็น

Please log in using one of these methods to post your comment:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

%d bloggers like this: