ใส่ความเห็น

ก่อน สตีฟ จ็อบส์ จากไป ฝากอะไรไว้ให้ “แอปเปิ้ล” ไปสำแดงปาฏิหารย์ต่อบ้าง ?


โดย : ดร.วีรพงษ์ ชุติภัทร์


1.การเจริญเติบโตของแอปเปิ้ลในประเทศจีน

แอปเปิ้ลมีห้างของตัวเองอยู่ในสาธารณรัฐประชาชนจีนเพียง 4 แห่งเท่านั้นห้างเหล่านี้มักจะแน่นขนัดไปด้วยสาวกของแอปเปิ้ล

……………….และประชาชนชาวจีนที่โหยหาสินค้าของแอปเปิ้ล


ปัจจุบันแอปเปิ้ลได้เซ็นสัญญากับ Cybermart International (บริษัทในเครือ Foxconn) โดยวางแผนที่จะเปิดแอปเปิ้ลสโตร์อีก 500 สาขาจากเดิม 4 สาขาเพื่อต้อนรับความต้องการอย่างมหาศาลของประชาชน
ในประเทศที่มีเศรษฐกิจใหญ่เป็น……………….. อันดับสองของโลก

2.ไอแพด 3 สร้างประวัติศาสตร์… หน้าใหม่ 

ปรากฏการณ์ของยอดขายที่ถล่มทลายของไอแพด 3

…………….. ได้ทำให้นักวิเคราะห์หลายคนตกตะลึงกับตัวเลขดังกล่าวไอแพดยังพร้อมที่จะเข้าไปในวงการธุรกิจอีกด้วย เช่นในปัจจุบันมีการนำไอแพดเข้าไปใช้งานในหลายวงการ เช่น โรงพยาบาล และสำนักงานกฎหมาย

 

Tim Cook ประธานเจ้าหน้าที่บริหารคนปัจจุบัน …. ได้เคยนำไอโฟนและและไอแพดไปให้

…………..พนักงานในกลุ่มบริษัท Fortune 500 ใช้ จากนั้นจึงสำรวจความพึงพอใจพบว่า พอใจต่อสินค้าทั้งสองสูงถึง 88 % และ 75 % ตามลำดับ ดังนั้นจึงเป็นที่คาดหมายกันว่าไอแพดจะเจาะเข้าไปเป็นส่วนหนึ่งของอุปกรณ์ในสำนักงานในเร็วๆนี้อย่างแน่นอน

 

3.ไอโฟน วางแผนกวาดทุกตลาด

คาดกันว่าในปีนี้ สิ่งที่จะสร้างผลตอบแทนให้แก่แอปเปิ้ลอย่างมหาศาล

…………………น่าจะเป็นการเปิดตัวไอโฟน 5 

ซึ่งแน่นอนว่าจะเป็นการไปแย่งส่วนแบ่งการตลาดจาก….…………. โทรศัพท์มือถือระบบแอนดรอยด์และแบล็คเบอร์รี่ครั้งใหญ่อีกครั้งหนึ่ง

 

นอกจากนั้นยังคาดการณ์กันว่าแอปเปิ้ลยังจะกระหน่ำตลาดโทรศัพท์มือถือระดับล่างด้วยโดยการออกมือถือไอโฟนแบบรุ่นราคาถูก

แอปเปิ้ลกำลังมองตลาดของผู้ใช้โทรศัพท์มือถือแบบพรีเพดอยู่ ซึ่งอาจขายไอโฟนในราคาต่ำมาก คือราคาไม่เกิน 99 ดอลลาร์หรือ 3,000 บาท และคาดว่าแอปเปิ้ลจะขายไอโฟนได้ถึง 100 ล้านเครื่องทั่วโลก


4.ศูนย์คอมพิวเตอร์ขนาดใหญ่ในรัฐนอร์ทแคโรไลนาของแอปเปิ้ลใก้ลเสร็จแล้ว

เป็นที่ทราบกันดีว่าแอปเปิ้ลเป็นผู้ขายเพลงออนไลน์ใหญ่ที่สุดในโลกโดยผ่านไอจูนส์สโตร์ นักวิเคราะห์คาดกันว่าหากศูนย์คอมพิวเตอร์ของแอปเปิ้ลสร้างเสร็จแล้ว แอปเปิ้ลจะใช้แอปเปิ้ลทีวีเป็นหัวหอกในการทะลุทะลวงตลาดภาพยนตร์ออนไลน์ ซึ่งในปัจจุบันมีเจ้าใหญ่ๆ เช่น Netflix, Hulu และ Amazon เป็นต้น

 

ในอดีตแอปเปิ้ลเคยขายแอปเปิ้ลทีวีในราคาเพียง 99 ดอลลาร์หรือ 3,000 บาทต่อเครื่องและให้เช่าภาพยนตร์เรื่องละ 99 เซ็นต์หรือ 30 บาทเท่านั้นจึงมั่นใจได้ว่า แอปเปิ้ลจะต้องสร้างนวัตกรรม……….ในการขายสินค้าออนไลน์ในราคาที่ถูกอย่างเหลือเชื่อ เมื่อศูนย์คอมพิวเตอร์ดังกล่าวเสร็จสมบูรณ์แล้ว


5.คนรุ่นใหม่ไม่ใช้คอมพิวเตอร์…ใช้แต่ “แมค”
แอปเปิ้ลได้ลงทุนอย่างมหาศาลในตลาดการศึกษามาเป็นเวลานานแล้ว โดยการบริจาคหรือขายเครื่องคอมพิวเตอร์ “แมคอินทอช” ในราคาถูกให้แก่โรงเรียนและสถาบันการศึกษาหลายๆแห่งในโลก

 

ดังนั้นนักเรียนและนักศึกษารุ่นใหม่จึงใช้ “แมค” เป็นและด้วยความสะดวกและมีรสนิยม ……….
จึงทำให้แมคถูกมองว่าเป็นคอมพิวเตอร์เพื่อคนรุ่นใหม่ ในขณะที่คอมพิวเตอร์ที่ใช้ระบบปฏิบัติการของไมโครซอฟท์จึงถูกมองว่าเป็นคอมพิวเตอร์เพื่อคนรุ่นเก่าหรือเพื่อคนทั่วไป

 

เมื่อเด็กๆรุ่นนี้โตขึ้นเขาก็จะกลายไปเป็นมนุษย์เงินเดือนที่ใช้ของตั้งแต่ไอพอด ไอโฟน ไอแพด แอปเปิ้ลทีวี และแมคอินทอช

สังเกตได้จากยอดขายของแมคอินทอชที่เติบโตขึ้นอย่างต่อเนื่องเกือบจะทุกไตรมาส……………


6.บัตรเครดิต จะถูกแทนที่ด้วย… ไอโฟน

ด้วยเงินสดจำนวนมหาศาลที่แอปเปิ้ลมีอยู่ในปัจจุบันแอปเปิ้ลจึงกำลังวางแผนที่จะซื้อบริษัทบัตรเครดิตขนาดใหญ่ของโลกเช่น Mater Card หรือ Discover Financial Services

 

และด้วยเทคโนโลยี NFC (Near-Field Communication) ซึ่งเป็นเทคโนโลยีที่ใช้โทรศัพท์มือถือไปแตะที่เครื่อง แล้วสามารถจ่ายเงินผ่านโทรศัพท์มือถือ

……………………. โดยไม่ต้องใช้บัตรเครดิตอีกต่อไป

 

ทำให้บริษัทบัตรเครดิตและบริษัทขายของออนไลน์รายใหญ่ๆเช่น eBay กำลังกังวลว่าถ้าหากแอปเปิ้ลทำได้จริง

ภายในระยะเวลาไม่เกิน 5 ปีผู้คนจะเลิกใช้บัตรเครดิตและหันมาใช้ไอโฟนในการซื้อสินค้าแทนบัตรเครดิต 

โดยคาดกันว่าแอปเปิ้ลอาจกุมตลาดซื้อสินค้าผ่านโทรศัพท์มือถือได้สูงถึง 80 ล้านล้านดอลลาร์

 

ความสำเร็จและความทะเยอทะยานของแอปเปิ้ลทำให้ต้องนึกถึงคำพูดของ Steve Jobs อดีต CEO ของแอปเปิ้ลที่ว่า

“Being the richest man in the cemetery doesn’t matter to me…

Going to bed at night saying …………….

We’ve done something wonderful–that’s what matters.”


แปลตามความได้ว่า
“เป็นคนที่รวยที่สุดในโลกตอนที่จากโลกนี้ไปแล้วไม่ได้มีความหมายอะไรกับผมเลย…

แต่ก่อนนอน…. ได้พูดกับตัวเองว่า………
วันนี้เราได้ทำสิ่งที่ยิ่งใหญ่อีกชิ้นหนึ่งแล้ว นั่นแหละจึงจะเป็นสิ่งที่มีความหมายสำหรับผมจริงๆ”

 

จึงไม่น่าจะแปลกใจว่าทำไมคนทั่วไปจึงไม่ได้คิดถึง สตีฟ จ็อบส์ในฐานะที่เป็นบุคคลที่รวยที่สุดคนหนึ่งของโลก

แต่กลับคิดถึง สตีฟ จ็อบส์ ในฐานะบุคคลที่ยิ่งใหญ่ที่สุดคนหนึ่งของโลก .. ต่างหาก


ใส่ความเห็น

Please log in using one of these methods to post your comment:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

%d bloggers like this: