ใส่ความเห็น

ผลกระทบจากสิ่งที่สถาปนิกทำ


คดีเด็ด … อุทาหรณ์สำหรับสถาปนิก
การออกแบบอาคารใดๆ ก็ตาม ต้องคำนึงสภาพแวดล้อม ผลกระทบต่อสังคมและผู้อยู่อาศัยข้างเคียงด้วย
ผู้ว่าจ้างอาจต้องรับกรรม กับสิ่งที่สถาปนิกทำ

14309944641431005758l

ปัจจุบัน คอนโดมีเนียม อาคารชุด ตึกสูงมีอยู่มากในเมืองใหญ่ และตึกเหล่านี้ บางตึก ใช้กระจกเป็นผนังอาคาร ซึ่งดูเหมือนไม่มีอะไร  แต่….อาคารกระจกเหล่านี้กลับสร้างความเดือดร้อนรำคาญแก่ผู้ที่อยู่อาศัยใกล้เคียงกับอาคาร เนื่องจาก มีแสงสะท้อนจากอาคารชุดสาดใส่บ้าน นั่นเอง

ตัวอย่างเหตุการณ์นี้ เกิดขึ้นจริง  เมื่อ ศาลฎีกา มีคำพิพากษา  ให้บริษัทเจ้าของโครงการอาคารชุดอยู่อาศัยขนาดใหญ่กลางกรุง   ที่ใช้กระจกติดตั้งรอบตัวอาคาร    ชดใช้ค่าเสียหายแก่เจ้าของบ้านใกล้เคียงที่ฟ้องคดี ระบุว่า ต้องเจอปัญหา  ๖ เดือน ระหว่างเดือนพฤศจิกายน ถึงเดือนเมษายน ของทุกปี  เกิดภาวะตะวันอ้อมข้าว แสงสะท้อนจากอาคารชุดสาดใส่บ้าน  เกิดความร้อนจนอยู่ไม่เป็นสุข  จนกว่าจะแก้ไขลดแสงสะท้อนให้สิ้นไป

(คำพิพากษาศาลฎีกาที่  ๓๗๗๒/๒๕๕๗ ในคดีที่ประชาชนผู้มีบ้านอยู่อาศัยใกล้กับโครงการอาคารชุด  ที่ระบุว่าได้รับผลกระทบจากโครงการอาคารชุดขนาดใหญ่แห่งหนึ่ง  ย่านสุขุมวิท กรุงเทพมหานคร  ซึ่งเป็นอาคารที่ติดตั้งกระจกรอบตัวอาคาร แสงสะท้อนจากกระจก ก่อให้เกิดความร้อนจนไม่สามารถใช้ชีวิตในบ้านได้อย่างปกติสุขฟ้องคดี  ขอให้แก้ไขความเดือดร้อน และเรียกค่าสินไหมทดแทนจนกว่าจะแก้ไขความเดือดร้อนให้ลุล่วงไป)

คดีนี้  ผู้ได้รับความเดือดร้อน เป็นโจทก์ ยื่นฟ้อง เจ้าของอาคารเป็นจำเลย โดยบรรยายฟ้องว่า ระหว่างเวลา ๑๕.๓๐ ถึง ๑๘ นาฬิกาของทุกวัน  แสงแดดซึ่งกระทบกับกระจกอาคารของจำเลย จะสะท้อน สาดส่องเข้าไปในบ้านของโจทก์ ทำให้เกิดแสงสว่างและอุณหภูมิในบ้านสูงขึ้นมาก จนไม่สามารถพักอาศัยได้อย่างปกติสุข 

ฟากจำเลยก็สู้ว่า แสงแดดช่วงตะวันอ้อมข้าวเป็นเหตุทางธรรมชาติ และแปรเปลี่ยนตามฤดูกาลในแต่ละปี  มิได้เกิดจากการที่จำเลยทำละเมิดโดยจงใจหรือประมาทเลินเล่อ  จึงไม่ต้องรับผิด

แต่ศาลเห็นว่า กรณีบุคคลใดใช้สิทธิของตน  เป็นเหตุให้เจ้าของอสังหาริมทรัพย์ได้รับความเสียหายหรือเดือดร้อนเกินที่ควรคาดคิดหรือคาดหมายได้  แม้สิทธิที่จะปฏิบัติการเพื่อยังให้ความเสียหายหรือเดือดร้อนนั้นให้สิ้นไป  บัญญัติให้เป็นสิทธิเฉพาะตัวของเจ้าของอสังหาริมทรัพย์ก็ตาม    แต่การที่โจทก์ อาศัยอยู่ในบ้านและได้รับผลกระทบจากแสงสว่างที่สะท้อนจากอาคารของจำเลย สาดส่องเข้าในบ้านด้วย การกระทำของจำเลย ย่อมถือได้ว่า เป็นการทำละเมิดต่อโจทก์

 คดีนี้ต่อสู้กันมาถึง ๓ ศาล

สุดท้ายศาลฎีกาพิพากษา ให้เจ้าของโครงการจ่าย ค่าเสียหายแก่ร่างกายและจิตใจ  ค่าตรวจสุขภาพรายปี   ค่าเสียโอกาสใช้สอยพื้นที่หน้าบ้าน

โดยมีคำพิพากษา ให้ชดใช้ดังนี้

ให้เจ้าของโครงการอาคารชุด  ใช้ค่าเสียหายแก่ร่างกายและจิตใจ ตลอดจนค่าตรวจสุขภาพแก่โจทก์ทั้งสี่  คนละ ๑๐,๐๐๐ บาทต่อปี       (คดีนี้ มีโจทก์ยื่นฟ้อง 4 คน)

ค่าเสียโอกาสใช้สอยพื้นที่หน้าเรือนแถวทั้งสามหลังรวม  ๗,๐๐๐ บาทต่อปี   นับแต่วันฟ้อง จนกว่าเจ้าของโครงการนี้จะแก้ไขความเสียหายได้สำเร็จ  หรือหมดสิ้นไปด้วยเหตุอื่น

และนี่ก็เป็นคดีตัวอย่าง  ใครที่คิดจะสร้างตึกสูง ไม่ใช่ว่า สร้างในที่ดินตัวเอง แล้วจะทำอะไรอย่างไรก็ได้  หากสร้างความเดือดร้อนรำคาญ ก็อาจจะต้องชดใช้ อย่างคดีนี้ก็เป็นได้

——–
ที่มา: http://www.matichon.co.th/news_detail.php?newsid=1430994464

ใส่ความเห็น

Please log in using one of these methods to post your comment:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

%d bloggers like this: