ใส่ความเห็น

วันพืชมงคล


วันพืชมงคล จรดพระนังคัลแรกนาขวัญ วันแห่งขวัญกำลังใจชาวไร่ชาวนาของไทย วันมงคลแห่งการเริ่มต้นการเพาะปลูก ในปี 2559 นี้ วันพืชมงคล จรดพระนังคัลแรกนาขวัญ ตรงกับวันจันทร์ที่ 9 พฤษภาคม ขึ้น 4 ค่ำเดือน 6 ซึ่งประวัติความเป็นมาของวันพืชมงคล จรดพระนังคัลแรกนาขวัญ ร่วมถึงคำทำนายจากการเสี่ยงทายของพระยาแรกนา และพระโค มีดังนี้
tt3
ประวัติพระราชพิธีพืชมงคล จรดพระนังคัลแรกนาขวัญ
พระราชพิธีพืชมงคล จรดพระนังคัลแรกนาขวัญ เป็นพิธีที่จัดขึ้นเพื่อบำรุงขวัญและกำลังใจของเกษตรกร กำหนดจัดขึ้นในเดือนหกของทุกปี อันเป็นระยะที่เหมาะสมในการเริ่มต้นทำการเกษตร อันเป็นอาชีพหลักของคนในมาแต่ครั้งอดีต แต่พิธีพืชมงคลจรดพระนังคัลแรกนาขวัญนี้ ไม่ได้กำหนดวันที่แน่นอนเหมือนเช่นราชพิธีหรือพิธีอื่นๆ ส่วนจะเป็นวันใดในเดือนหก ก็ถือตามฤกษ์ที่เหมาะสมต้องตามประเพณี ก็ให้จัดขึ้นในวันนั้น

โดยพระราชพิธีพืชมงคล จรดพระนังคัลแรกนาขวัญ แยกเป็นราชพิธี 2 พิธี อันได้แก่
1.พระราชพิธีพืชมงคล เป็นพิธีสงฆ์ ประกอบพระราชพิธีภายในอุโบสถวัดพระศรีรัตนศาสดาราม ในวันแรก
2.พระราชพิธีจรดพระนังคัลแรกนาขวัญ เป็นพิธีพราหมณ์ ประกอบพระราชพิธี ณ มลฑลพิธีท้องสนามหลวง ในวันรุ่งขึ้น

โดยการประกอบพระราชพิธีพืชมงคล จรดพระนังคัลแรกนาขวัญนี้ แต่เดิมมีเพียงพระราชพิธีจรดพระนังคัลแรกนาขวัญ หรือที่เรียกกันสั้นๆ ว่า “พิธีแรกนา” ซึ่งถือปฏิบัติมาตั้งแต่สมัยสุโขทัย โดยพระมหากษัตริย์มิได้เป็นผู้ลงมือไถเอง แต่เพียงเสด็จไปเป็นองค์ประธานในพระราชพิธีเท่านั้น

ต่อมาในสมัยกรุงศรีอยุธยา พระมหากษัตริย์มิได้เสด็จไปเป็นองค์ประธานในพิธี เหมือนเช่นในสมัยสุโขทัย แต่องค์พระมหากษัตริย์จะทรงจำศีลเงียบ 3 วัน และมอบอาญาสิทธิ์ให้ปฏิบัติเหมือนอย่างออกอำนาจจากกษัตริย์ กระทั้งสมัยกรุงรัตนโกสิทร์ในสมัยรัชกาลที่ 1 ผู้ทำการแรกนาเปลี่ยนเป็นเจ้าพระยาพหลเทพคู่กันกับการยืนชิงช้า พอถึงรัชกาลที่ 3 ให้ถือว่าผู้ใดยืนชิงช้าผู้นั้นเป็นผู้แรกนาด้วย

และในสมัยรัชกาลที่ 4 ได้ทรงโปรดกล้าฯ ให้จัดมีพิธีสงฆ์เพิ่มขึ้นในพระราชพิธีต่างๆ ทุกพิธี ดังนั้น พระราชพิธีพืชมงคล จึงได้เริ่มมีขึ้นแต่บัดนั้นมา โดยได้จัดรวมกับพระราชพิธีจรดพระนังคัลแรกนาขวัญ และมีชื่อเรียกรวมกันว่า พระราชพิธีพืชมงคลจรดพระนังคัลแรกนาขวัญ

พระราชพิธีพืชมงคลจรดพระนังคัลแรกนาขวัญ ได้กระทำเต็มรูปบูรพประเพณีครั้งสุดท้ายเมื่อปี พ.ศ.2479 และเว้นว่างไปจนถึงปี พ.ศ.2503 คณะรัฐมนตรีจึงได้มีมติให้ฟื้นฟูพระราชประเพณีพืชมงคลจรดพระนังคัลแรกนาขวัญ ขึ้นมาใหม่ เพื่อเป็นการบำรุงขวัญและกำลังใจให้เกษตรกรไทย โดยมีพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวและพระบรมวงศานุวงศ์ เสด็จมาเป็นองค์ประธานในพิธีทุกปีมิได้ขาด

จุดประสงค์ของพระราชพิธีพืชมงคล จรดพระนังคัลแรกนาขวัญ
ความมุ่งหมายของพระราชพิธีพืชมงคล จรดพระนังคัลแรกนาขวัญ อยู่ที่การทำให้เป็นตัวอย่างแก่ราษฎรเพื่อชักนำให้มีความมั่นใจในการทำการ เกษตรกรรม โดยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ได้พระราชทานพระบรมราชาธิบายไว้ในพระราชนิพนธ์เรื่อง พระราชพิธีสิบสองเดือน ว่า “การแรกนาที่ต้องเป็นธุระของผู้ซึ่งเป็นใหญ่ในแผ่นดิน เป็นธรรมเนียมนิยมมีมาแต่โบราณ เช่น ในเมืองจีนสี่พันปีล่วงมาแล้ว พระเจ้าแผ่นดินก็ทรงลงไถนาเองเป็นคราวแรก พระมเหสีเลี้ยงตัวไหม ส่วนจดหมายเรื่องราวอันใดในประเทศสยามที่มีปรากฏอยู่ในการแรกนานี้ ก็มีอยู่เสมอเป็นนิจไม่มีเวลาว่างเว้น ด้วยการซึ่งเป็นใหญ่ในแผ่นดินลงมือทำเองเช่นนี้ ก็เพื่อจะให้เป็นตัวอย่างแก่ราษฎร ชักนำให้มีใจหมั่นในการที่จะทำนา เพราะเป็นสิ่งสำคัญที่จะได้อาศัยเลี้ยงชีวิตทั่วหน้า เป็นต้นเหตุของความตั้งมั่นและความเจริญไพบูลย์แห่งพระนครทั้งปวง แต่การซึ่งมีพิธีเจือปนต่างๆ ไม่เป็นแต่ลงมือไถนาเป็นตัวอย่างเหมือนอย่างชาวนาทั้งปวงลงมือไถนาของตนตาม ปกติก็ด้วยความหวาดหวั่นต่ออันตราย คือ น้ำฝนน้ำท่ามากไปน้อยไปด้วงเพลี้ยและสัตว์ต่างๆ จะบังเกิดเป็นอันตรายไม่ให้ได้ประโยชน์เต็มภาคภูมิ และมีความปรารถนาที่จะให้ได้ประโยชน์เต็มภาคภูมิเป็นกำลัง จึงต้องหาทางที่จะแก้ไขและหาทางที่จะอุดหนุนและที่จะเสี่ยงทายให้รู้ล่วง หน้า จะได้เป็นที่มั่นอกมั่นใจโดยอาศัยคำอธิษฐานเอาความสัตย์เป็นที่ตั้งบ้าง ทำการซึ่งไม่มีโทษนับว่าเป็นการสวัสดิมงคลตามซึ่งมาในพระพุทธศาสนาบ้าง บูชาเซ่นสรวงตามที่มาทาง ไสยศาสตร์บ้าง ให้เป็นการช่วยแรงและเป็นที่มั่นใจตามความปรารถนาของมนุษย์ซึ่งคิดไม่มีที่ สิ้นสุด”

การคัดเลือกพระยาแรกนาและเทพีคู่หาบทองและหาบเงิน
ในปัจจุบันพระยาแรกนา ให้ถือเอาปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์โดยตำแหน่ง ส่วนเทพีคู่หาบเงินและคู่หาบทอง ให้พิจารณาคัดเลือกจากข้าราชการหญิงโสด ในกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ที่มีตำแหน่งข้าราชการพลเรือนชั้นโทขึ้นไปมารับหน้าที่

คำทำนายวันพืชมงคล จรดพระนังคัลแรกนาขวัญ
ในพระราชพิธีจรดพระนังคัลแรกนาขวัญ ที่ท้องสนามหลวง พระยาแรกนาจะตั้งสัตยธิษฐานหยิบผ้าลายที่มีด้วยกันอยู่ 3 ผืน ความยาวหกคืบ ห้าคืบ และสี่คืบ หากพระยาแรกนาหยิบได้ผืนใด ให้คำทำนายเป็นไปตามนั้น คือ

  • หยิบได้ผ้าหกคืบ พยากรณ์ว่า น้ำจะน้อย นาที่ลุ่มได้ผลบริบูรณ์ดี แตต่นาในที่ดอนจะเสียหายบ้าง หรือได้ผลไม่เต็มที่นัก
  • หยิบได้ผ้าห้าคืบ พยากรณ์ว่า น้ำในปีนี้มีบริมาณที่พอดี ข้าวกล้าในนาจะบิรบูรณ์ดี ผลาหาร มังสาหาร อุดมสมบูรณ์ดี
  • หยิบได้ผ้าสี่คืบ พยากรณ์ว่า น้ำในปีนี้จะมากสักหน่อย นาที่ดอนจะได้ผลบริบูรณ์ดี แต่นาในที่ลุ่มอาจเสียหายได้ผลไม่เต็มที่

เมื่อพระยาแรกนาหว่านข้าวและไถกลบครบ 3 รอบแล้ว จะมีการเสี่ยงทายด้วยการนำอาหาร 7 อย่าง มาให้พระโคเลือกกินและจากนั้นจึงจะมีคำทำนายจากโหรหลวง โดยความหมายของคำทำนายจากอาหารทั้ง 7 อย่าง มีดังนี้

  • ข้าวหรือข้าวโพด พยากรณ์ว่า ธัญญาหาร ผลาหาร จะบริบูรณ์ดี
  • ถั่วหรืองา พยากรณ์ว่า ผลาหาร ภักษาหาร จะอุดมสมบูรณ์ดี
  • น้ำหรือหญ้า พยากรณ์ว่า น้ำท่าจะบริบูรณ์พอควร ธัญญาหาร ผลาหาร ภักษาหาร มังสาหาร จะอุดมสมบูรณ์ดี
  • เหล้า พยากรณ์ว่า การคมนาคมจะสะดวกขึ้น การค้าขายกับต่างประเทศจะดี เศรษฐกิจจะเจริญรุ่งเรือง

เรียบเรียงข้อมูลโดย CH7 Social News
ขอบคุณข้อมูลจาก กระทรวงเกษตรและสหกรณ์

ใส่ความเห็น

Please log in using one of these methods to post your comment:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

%d bloggers like this: