ใส่ความเห็น

อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ: รถไฟรางคู่ ‘ชวน’ เริ่ม แต่ชะงักเพราะ ‘ทักษิณ’ เอาเงินไปทำประชานิยม


เรียกร้องรัฐบาลจริงใจแก้ปัญหาประชาชน ไม่ใช่หาเสียงเกินจริง แต่สุดท้ายทำไม่ได้ ระบุรถไฟความเร็วสูง ถนนสี่เลน มอเตอร์เวย์ไปทวาย รัฐบาลประชาธิปัตย์อนุมัติไว้หมดแล้ว รถไฟฟ้าในกรุงเทพฯ เป็นแผนแม่บทประชาธิปัตย์ เล็งตรวจสอบโฆษณารถไฟความเร็วสูงเกินจริงหรือไม่ เพราะถึงแค่หัวหิน ไม่ถึงปาดังเบซาร์

อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ปราศรัยที่ จ.ชัยนาท เมื่อ 23 มี.ค. (ที่มา: facebook.com/Abhisit.M.Vejjajiva)

เว็บไซต์พรรคประชาธิปัตย์ เผยแพร่คำปราศรัยของนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ที่กล่าวบนเวที “เดินหน้า ผ่าความจริง สจฺจํ เว อมตา วาจา ความจริงไม่มีวันตาย” ที่ จ.ชัยนาท เมื่อวันที่ 23 มี.ค. ที่ผ่านมา

เรียกร้องรัฐบาลจริงใจแก้ปัญหาประชาชน ไม่ใช่หาเสียงเกินความเป็นจริง แต่สุดท้ายทำไม่ได้

โดยตอนหนึ่งนายอภิสิทธิ์ กล่าวว่าที่รัฐบาลอ้างว่าจะกระชากค่าครองชีพลงมานั้น รัฐบาลเป็นคนพูดเองว่าจะทำให้น้ำมันถูก วันนี้ราคาน้ำมันในตลาดโลกไม่ได้ต่างจากวันที่พรรคประชาธิปัตย์เป็นรัฐบาล และวันนี้ค่าเงินบาทแข็งแต่คนไทยซื้อน้ำมันแพงขึ้นทุกตัวครับพี่น้องครับ แล้วผมมีข่าวดีจากรัฐบาลมาฝาก หลังจากสิ้นเดือนนี้ 31 มีนาคม เขาจะขึ้นค่าแก๊สหุงต้มเป็นของขวัญให้กับพี่น้องอีก

“แก๊สหุงต้มที่พรรคประชาธิปัตย์ เป็นคนยืนยันหลักการมาโดยตลอดว่าแก๊สเป็นทรัพยากรของคนไทยทั้งประเทศ คนไทยควรจะได้ใช้ในราคาที่สมเหตุ สมผล ไม่มีเหตุผลต้องมาลอยตัว มาขึ้น อย่ามาบอกว่า ปตท. อย่ามาบอกว่ารัฐบาลไม่มีกำลังที่จะช่วยดูแลความเป็นอยู่ของพี่น้องตรงนี้ เพราะทุกวันนี้ ปตท. ก็กำไรเยอะ และที่สำคัญ กำลังไปดำเนินธุรกิจหลายแห่ง ซึ่งเรากำลังติดตามตรวจสอบว่ามีความไม่ชอบมาพากลหรือไม่รวมถึงการเดินทางใน ปัจจุบันของนายกรัฐมนตรีที่ไปที่ ปาปัว นิวกีนี”

บ้านเมืองจะหลุดพ้นปัญหาได้ ไม่ใช่เพราะมีรถไฟความเร็วสูง จวกรัฐบาลไม่เอาใจใส่การศึกษา สาธารณสุข

นายอภิสิทธิ์กล่าวเรียกร้องต่อรัฐบาลว่าให้มีความจริงใจต่อพี่น้อง ประชาชนที่จะมาดูแลแก้ไขปัญหา ดูแลทุกข์สุข อย่างแท้จริงครับ ไม่ใช่โฆษณาหาเสียงเกินความเป็นจริง วาดฝัน แต่สุดท้ายไม่ได้ทำอย่างที่พูด

“วันนี้มาใหม่ครับ ที่บอกว่า เงิน 2 ล้านล้าน .. จากการเป็นประเทศระดับรายได้ปานกลาง เศรษฐกิจจะเติบโตมากมายมหาศาล กลายเป็นประเทศพัฒนาแล้ว ประเทศที่ร่ำรวย เชื่อมั้ยครับ ผมบอกได้เลยว่า เงิน 2 ล้านล้าน ที่รัฐบาลอ้างว่าจำเป็นจะต้องไปกู้ เกือบทั้งหมดลงทุนอยู่ที่กระทรวงๆ เดียวคือกระทรวงคมนาคม 90 กว่าเปอร์เซ็นต์ อยู่ที่กระทรวงคมนาคม มีอีกกระทรวงเดียว ที่จะใช้เงิน 2 ล้านล้าน คือกระทรวงการคลัง ได้ไปประมาณ 2-3 เปอร์เซ็นต์ คือไปปรับปรุงด่านศุลกากรบริเวณชายแดน”

“ผมจะพูดเรื่องรถไฟ เรื่องถนน เรื่องคมนาคมต่อไป แต่ผมจะบอกกับรัฐบาล และผมยืนยันแทนพี่น้องประชาชนได้ บ้านเมืองนี้จะเจริญ จะหลุดพ้นจากปัญหาต่างๆ ไม่ใช่แค่เรามีรถไฟความเร็วสูง หรือรถไฟที่วิ่งเร็วกว่าปัจจุบันเท่านั้นครับ วันนี้มีอีกหลายเรื่องที่รัฐบาล ไม่สนใจ ไม่เอาใจใส่ เช่นการศึกษา การสาธารณสุข ความเป็นอยู่ของพี่น้องประชาชน และที่สำคัญที่สุดทำให้บ้านเมืองมีกติกาเหมือนบ้านเมืองที่เจริญแล้ว ไม่ปล่อยให้คนโกง กิน คอร์รัปชั่น ทำผิดกฎหมาย ลุแก่อำนาจ สิ่งเหล่านี้ไม่อยู่ใน 2 ล้านล้านเลยครับ ถามว่าเงิน 2 ล้านล้านมากแค่ไหน เคยเห็นมั้ยครับเงิน 2 ล้านล้าน 2 ล้านยังแทนไม่เคยเห็นกันเลยใช่มั้ยครับ ล้านนึงก็ยังไม่เคยเห็นเลยใช่มั้ยครับแสดงว่าไม่เคยแทงหวย ตามรถนายกฯ”

“ผมกราบเรียนพี่น้องว่า เงิน 2 ล้านล้านนั้น เท่ากับเงินงบประมาณทั้งปี ทุกปี ที่เราใช้อยู่ในขณะนี้นะครับ ประมาณ 2 ล้านล้าน เท่ากับว่า ปกติรัฐบาลมีเงินเก็บภาษีจากพี่น้องเท่าไหร่ แต่ละปี วันนี้รัฐบาลจะไปกู้เงินแล้วใช้เงินเพิ่มเป็นเท่าตัวจากงบประมาณยอดนั้น เพราะงบประมาณที่เขากำลังจะเสนอปี 57 ก็ประมาณ 2 ล้านล้าน แต่อยู่ดีๆ บอกว่า ต้องมากู้เงิน 2 ล้านล้าน อ้างว่าจำเป็นจะต้องกู้มา เพื่อที่จะมาลงทุนในโครงการทั้งหลาย เช่นรถไฟความเร็วสูง รถไฟทางคู่ เวลานี้เขาพยายามจะสร้างความเข้าใจว่า กฎหมายฉบับนี้ซึ่งจะเข้าสภาอาทิตย์หน้านี้ ส่งถึงประธานสภาวันศุกร์ ประธานสภาบรรจุระเบียบวาระ วันพุธเขาจะเสนอเลื่อนให้พิจารณาวันพฤหัสฯ ที่จะถึงนี้ รีบร้อนมากครับ”

รถไฟความเร็วสูง รัฐบาล ปชป. อนุมัติไว้แล้ว รถไฟรางคู่ริเริ่มโดยชวน หลีกภัย แต่ชะงักเพราะทักษิณ

“ถามว่าขณะนี้เขาสร้างความเข้าใจว่าอย่างไร เขาไปสร้างความเข้าใจว่า ใครค้าน โครงการเงินกู้ 2 ล้านล้าน ไม่เห็นด้วยที่จะให้พี่น้องประชาชน ได้มีรถไฟความเร็วสูง ได้มีรถไฟทางคู่ ได้มีมอเตอร์เวย์ ได้มีรถไฟฟ้า ที่จริงไม่ใช่หรอกครับ ผมไล่ดูโครงการเกือบทั้งหมดใน 2 ล้านล้าน ที่เขาพูด แล้วเขาไปจัดนิทรรศการมาแล้วที่ศูนย์ราชการ ผมไปดูด้วยตัวเอง โครงการเกือบทั้งหมดเป็นโครงการที่มีอยู่ในแผนของหน่วยงานของราชการซึ่ง รัฐบาลในอดีต โดยเฉพาะรัฐบาลของพรรคประชาธิปัตย์ เป็นผู้อนุมัติไว้แล้ว”

“ถนน 4 ช่องจราจร รถไฟรางคู่ ใครเป็นคนคิด ใครเป็นคนเริ่ม ชวน หลีกภัย นายกรัฐมนตรีที่มาจากพี่น้องประชาชน และพรรคประชาธิปัตย์ รัฐบาลชวน 1 ชวน 2 ทำมาแล้ว ถามว่าทำไมวันนี้มันยังไม่เต็มพื้นที่ทั่วทั้งประเทศ คำตอบเพราะโครงการเหล่านี้หยุดชะงักลง วันที่มีนายกรัฐมนตรีที่ชื่อ ทักษิณ ชินวัตร”

“เอาเงินไปทำประชานิยม ถนนทั่วประเทศทรุดโทรม ก็สมัยทักษิณ ชินวัตร เงินแม้แต่จะซ่อมแทบไม่มีครับพี่น้องครับ วันนี้จะหยิบโครงการเหล่านี้ขึ้นมา ไม่ต้องโฆษณาหรอกครับว่าเป็นต้นคิดเพราะรถไฟทางคู่ ถนน 4 ช่องจราจร แม้แต่มอเตอร์เวย์หลายเส้น รวมทั้งที่จะเชื่อมโยงไปที่ท่าเรือทวาย เป็นแนวคิดที่พรรคประชาธิปัตย์คิดมาก่อนทั้งสิ้น รถไฟฟ้าในกรุงเทพฯ สายสีเขียว สีแดง สีม่วง สีชมพู สีส้ม เริ่มต้นแผนแม่บทก็สมัยรัฐบาลของพรรคประชาธิปัตย์ทำไว้ครับ”

สมัยเป็นนายกรัฐมนตรีเคยไปหารือเรื่องรถไฟความเร็วสูงกับจีน

“รถไฟความเร็วสูงนี่ ผมจะบอกให้ว่า สมัยผมเป็นนายกรัฐมนตรี ผมเดินทางไปประเทศจีน ผมเห็นจีนเร่งสร้างรถไฟความเร็วสูงไปทั่วประเทศของเขา มีเทคโนโลยี แล้วเขาก็ให้ผมนั่งรถไฟความเร็วสูงของเขา วิ่งที 300 เกือบจะ 400 กิโลเมตรต่อชั่วโมง แล้วเขาก็บอกว่า เขาพร้อมที่จะมาร่วมมือกับประเทศไทย เขาสร้างแล้วไปร่วมมือกับลาวเรียบร้อยแล้ว ตกลงเรียบร้อย กำลังจะดำเนินการก่อสร้าง และผมก็เป็นคนที่ผลักดันเรื่องการเชื่อมโยงในอาเซียน บอกว่า เราควรจะมีรถไฟที่วิ่งมาจากตอนใต้ของจีน ไปจนถึงสิงคโปร์ คนที่ไปเร่งดำเนินการเรื่องนี้ ก็อยู่ตรงนี้ด้วยครับ สุเทพ เทือกสุบรรณครับ ผมมอบหมายไปเพราะว่า หน้าตาเป็นจีนน้อยที่สุดในรัฐบาลผม จะได้ไม่สับสนเวลาเจรจาว่าอยู่ฝ่ายไหน”

“ผมกราบเรียนพี่น้องครับ รถไฟความเร็วสูงที่เราพูดถึงก็ต้องเชื่อมมาจากจีน เขามาถึงลาว ถึงเวียงจันทน์ ก็ต้องมาหนองคาย จากหนองคาย ก็มากรุงเทพฯ จากกรุงเทพฯ ก็ลงไปถึงชายแดนไทย – มาเลเซีย ต่อไปถึงสิงคโปร์ แล้วเราก็พูดถึงเส้นทางอื่นด้วย กรุงเทพฯ – เชียงใหม่ กรุงเทพฯ – อุบลฯ กรุงเทพฯ – ตราด ผมไม่เชื่อเลยครับว่า อาทิตย์ที่แล้วรองนายกฯ และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ไปออกโทรทัศน์บอกกับพี่น้องประชาชนบอกว่า ที่พรรคประชาธิปัตย์พูดว่าโครงการเหล่านี้เป็นโครงการเหล่านี้ เป็นโครงการเก่า เขาบอกว่าเขาไปตรวจสอบแล้วไม่ปรากฏว่าพรรคประชาธิปัตย์ได้ดำเนินการอะไร อันนี้ไม่ใช่โกหกสีขาวครับ โกหกเฉยๆ เลยครับ”

“เพราะอะไรครับ อย่างรถไฟความเร็วสูงนี่ ได้มีการทำการศึกษาความคุ้มค่าทางเศรษฐกิจ ความคุ้มค่าทางธุรกิจ มีการนำเสนอกรอบการเจรจากับจีนเข้าสู่การประชุมของรัฐสภาด้วย เป็นการดำเนินการที่ชัดเจนเหมือนกับรถไฟที่ไม่ใช่ความเร็วสูง แต่เป็นทางคู่ ที่ผมประกาศไว้ว่าต้องวิ่งเร็วกว่าปัจจุบัน 2 เท่า มีความปลอดภัยเพิ่มขึ้น คณะรัฐมนตรีสมัยรัฐบาลที่แล้ว ก็อนุมัติไปหมดแล้ว แต่พรรคประชาธิปัตย์ไม่เคยมองว่าจะทำเรื่องเหล่านี้ได้ อยู่ดีๆ จะต้องมาออกกฎหมายเงินกู้ เพิ่มขึ้น 2 ล้านล้านบาท และผมไม่เชื่อเลยครับว่า รัฐบาลนี้กล้าที่จะทำเรื่องนี้ กล้าที่จะทำเรื่องนี้ ผมไปไล่ดูครับ สมัยพวกผมเป็นรัฐบาล ไม่รู้รัฐมนตรีกี่คนในรัฐบาลชุดนี้ ลุกขึ้นอภิปรายในสภา ด่าผม ด่ากรณ์ จาติกวนิช ว่า เก่งแต่กู้ ซึ่งสมัยนั้นจำเป็นต้องกู้เพราะเกิดวิกฤติเศรษฐกิจโลก เศรษฐกิจฟุบ รายได้ของประเทศตก รายได้ภาษีอากร ตกชัดเจนเป็นหลายแสนล้าน เราก็จำเป็นที่จะต้องกู้เงินมาประคับประคองให้เศรษฐกิจฟื้นโดยเร็วและเราทำ สำเร็จครับพี่น้องครับ ทุกวันนี้โรงเรียน โรงพยาบาลเกือบทั่วประเทศ ได้รับประโยชน์จากการกู้ครั้งนั้น และมีถนนหนทางหลายสายที่เกิดขึ้น แต่เวลาเขาไปหาเสียง เขาบอกว่า รัฐบาลประชาธิปัตย์เก่งแต่กู้ สร้างแต่หนี้ แล้วเขาก็ไปสัญญาเยอะแยะไปหมดในการหาเสียง ตอนนั้นพวกผมก็ถามเขาครับ บนเวทีปราศรัยบอกคุณจะเอาเงินมาจากไหน ทีมเศรษฐกิจของพรรคเพื่อไทย บอกว่า รับรองได้ว่าจะไม่ต้องมีการกู้เงินแม้แต่บาทเดียว”

ถ้ากู้ 2 ล้านล้าน แสดงว่าโง่กว่ารัฐบาลก่อน 5 เท่า ยันวงเงินเท่านี้ ใช้งบประมาณประจำปีได้

“เอาเข้าจริงๆ ยังไม่ต้องพูดถึงกฎหมาย 2 ล้านล้าน เลยครับ จากวันเริ่มต้นรัฐบาลยิ่งลักษณ์มาจนถึงวันนี้ ก็กู้มากกว่ารัฐบาลที่แล้ว ไปแล้วครับ กู้ 3 แสน 5 หมื่นล้าน มาทำเรื่องน้ำ ยังไม่ไปถึงไหนเลยครับ ผมไปเห็นคลิปตอนหาเสียง มีคนที่หาเสียงคนหนึ่งชื่อณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ ปราศรัยว่าไงครับ ปราศรัยบอกว่า ไอ้ที่ถามว่าจะเอาเงินมาจากไหน ณัฐวุฒิบอกว่าไม่จำเป็นต้องกู้หรอก เพราะว่าถ้าโง่เท่ารัฐบาลประชาธิปัตย์จะไม่อาสามาเป็นรัฐบาล ผมก็มานั่งคิดในใจว่า พอมาวันนี้ 3 แสน 5 หมื่นล้าน ผมยกให้ เกิดภัยพิบัติ แต่รัฐบาลที่แล้วนี่ด้วยความจำเป็น ด้วยเหตุผลเศรษฐกิจโลก กู้ 4 แสนล้านใช่มั้ยครับ รัฐบาลนี้ไม่มีความจำเป็นเลย กู้รวดเดียว 2 ล้านล้าน ผมคำนวณตัวเลขแล้ว ต้องโง่กว่าพวกผมอย่างน้อย 5 เท่า”

“ผมยืนยันว่าโครงการรถไฟทั้งหลายนี้เราสนับสนุนครับ แต่เรายืนยันว่า ถ้าจะต้องใช้เงิน 2 ล้านล้าน เวลา 7 ปี 2556 ถึง 2563 7 ปี คำนวณง่ายๆ ก็คือปีนึง ใช้งบประมาณเพิ่มขึ้นประมาณ 3 แสนล้าน เอาคร่าวๆ 3 แสนล้านบริหารอยู่ในระบบงบประมาณปกติได้หรือไม่ ผมยืนยันเลยว่าได้ เพราะเพดานเงินกู้ในระบบงบประมาณตอนนี้ รัฐบาลสามารถขาดดุลได้ 4 แสนล้าน 5 แสนล้าน ได้ครับ แต่รัฐบาล กำลังจะบอกว่าจะลดการขาดดุลงบประมาณลง ปีนี้จะขาดดุลแค่ 2 แสนกว่า ปีหน้าเหลือ 1 แสน ปีต่อๆ ไปจะไม่ขาดดุลงบประมาณแต่จะแอบไปกู้ 2 ล้านล้านอยู่นอกงบประมาณ ทำไมต้องทำอย่างนั้นล่ะครับ”

“ผมยืนยันเลยว่าถ้าต้องการเงินเพิ่ม 3 แสนล้าน ใส่เข้าไปในงบประมาณทุกปี ทำได้แน่ เพราะนอกจากตัวเพดาน ที่อนุญาตให้กู้เงินนี้เรายังไปไม่ถึง ข้อเท็จจริงก็คือว่า รัฐบาลลดรายจ่ายได้มากมาย จำนำข้าว ทุกปีทำมาแล้ว แต่ละปีเงินถึงชาวนาประมาณ 1 แสนล้าน แต่รัฐบาลใช้เงินขาดทุน ปีละเท่าไหร่ครับ 2 แสน 5 หมื่นล้านได้ครับ ฉะนั้นถ้าเลิกโครงการจำนำ เอาเงินแสนล้านให้ชาวนาเหมือนเดิม ก็มีเงินมาทำโครงการพวกนี้อีกปีละประมาณ แสนห้าหมื่น ถึง 2 แสนล้าน นี่โครงการเดียวครับพี่น้องครับ”

“เชื่อมั้ยครับ ถ้าไม่ไปทำโครงการรถคันแรก เอาเงินตรงนั้นมาสร้างรถไฟฟ้าได้เกือบทุกสายในพรบ. เงินกู้ ฉะนั้นอาทิตย์หน้าที่พรรคประชาธิปัตย์จะไปพูดในสภา อย่าให้ใครไปเที่ยวบอกว่าประชาธิปัตย์ขัดขวางเรื่องรถไฟ ไม่ขัดขวางหรอกครับ แต่เรายืนยันว่า ทั้งหมดทำได้ ไม่ต้องกู้แบบนี้แม้แต่บาทเดียว ใช้ระบบงบประมาณตามปกติได้ ถ้าไม่เชื่อ เอาพวกผมไปเป็นรัฐบาลสิ จะทำให้ดู”

เล็งตรวจสอบโฆษณาเกินจริงหรือไม่ เพราะรถไฟความเร็วสูงถึงแค่หัวหิน ไม่ถึงภาคใต้

“ผมบอกได้เลยว่า โครงการขณะนี้ผมกำลังไล่ตรวจสอบว่า ที่โฆษณานี่ก็ยังโฆษณาเกินจริงหรือไม่ ผมปราศรัยเวทีฝ่าความจริงอาทิตย์ก่อน สองอาทิตย์ก่อน ผมบอกว่าไอ้รถไฟความเร็วสูงนี่ จีนเขาอุตส่าห์สร้างมาถึงลาว มาเลเซีย กับสิงคโปร์กำลังจะทำ เส้นรถไฟความเร็วสูงระหว่างสิงค์โปร์ กับมาเลเซียนี่ ผมเพิ่งคุยกับผู้หลักผู้ใหญ่ของประเทศเหล่านั้นมา แต่ประเทศไทยสมัยที่คุณสุเทพ คุณกอร์ปศักดิ์ ไปเจรจานั้น เราบอกว่ารถไฟความเร็วสูงต้องรีบสร้างจากหนองคาย มาถึงกรุงเทพฯ จากกรุงเทพฯ ไปปาดังเบซาร์ ชายแดนมาเลเซีย อย่างงี้คนขึ้นรถไฟความเร็วสูงจากตอนใต้ของจีน ก็จะวิ่งไปจนถึงสิงคโปร์ได้”

“แต่ที่รัฐบาลจะกู้ 2 ล้านล้าน ใช้เวลา 7 ปี ก่อสร้าง ปรากฏว่า กรุงเทพฯ – หนองคาย สร้างถึงแค่โคราช ไอ้ที่จะไปมาเลเซีย หยุดอยู่ที่หัวหิน จะไปอีกสักนิดก็ไม่ได้ นี่ยังไม่ถึงภาคใต้นะครับ ถึงแค่ประจวบคีรีขันธ์ ไม่รู้มันแสลงใจอะไร ทำอะไรให้คนใต้ไม่ได้เลยหรือยังไง”

“เพราะฉะนั้นที่นิทรรศการของรัฐบาลบอก กำลังจะเอาเงิน 2 ล้านล้าน มาเชื่อมไทยสู่โลก ผมก็จะชี้ให้พี่น้องเห็นว่า เชื่อมโลกของรัฐบาลนี้ ใครไปขึ้นรถไฟความเร็วสูง ที่ทางใต้ของจีน มาถึงชายแดนไทย – ลาว ต้องลงจากรถไฟความเร็วสูง เปลี่ยนรถไฟมาขึ้นเพื่อนั่งรถไฟไทยมาถึงโคราช แล้วก็ขึ้นรถไฟความเร็วสูงจากโคราชมาถึงกรุงเทพฯ แล้วลงไปที่หัวหิน แล้วก็ต้องลงจากรถไฟความเร็วสูงอีก มาขึ้นรถไฟไทยจากหัวหินไปถึงชายแดนไทย – มาเลเซีย แล้วค่อยเปลี่ยนกลับไปขึ้นรถไฟความเร็วสูงไปสิงคโปร์ แล้วมันเชื่อมโลกยังไง มาปรับมาเปลี่ยนแผนตรงนี้เพราะอะไร ผมถึงอยากจะบอกกับพี่น้องนะครับว่า ในสัปดาห์หน้า พวกผมก็จะชี้ให้เห็นว่าทั้งหมดที่ทำนี้ มันไม่ใช่เรื่องจะมาทำรถไฟ มันไม่ใช่เรื่องที่จะมาเชื่อมโลก แต่ทั้งหมดที่ทำต้องการทำอย่างเดียวครับ 2 ล้านล้าน ซึ่งควรจะอยู่ในระบบงบประมาณ จะถูกหยิบออกมาใช้นอกระบบงบประมาณ”

จะเป็นการใช้เงินนอกงบประมาณ เลี่ยงไม่ให้สมาชิกสภาตรวจสอบ

“แปลว่าอะไรนอกระบบงบประมาณ ผมสมมติว่า ถ้าทำแบบปกติ เวลาจะเสนอโครงการรถไฟความเร็วสูงมาขอเงินไปทำ ต้องเสนอโครงการนี้มาที่สภา สภาก็จะตรวจสอบว่า โครงการนี้เหมาะสมมั้ย เหมาะสมแล้ว เงินที่ใช้ในแต่ละเส้นทางควรจะเป็นเท่าไหร่ ถ้าสูงไป ก็จะมีการขอแปรญัตติตัดงบประมาณ แต่พอมาอยู่ในกฎหมายเงินกู้ เขาจะมีบัญชีแนบท้ายกฎหมาย เขียนสั้นๆ ครับ เช่น จะมีการไปก่อสร้างรถไฟความเร็วสูงมูลค่าประมาณ 1 ล้านล้านบาท สส. สว. ไม่สามารถจะไปตรวจสอบดูได้ ไม่สามารถไปลดทอนจำนวนเงินตรงนี้ได้ เพราะไม่อยู่ในตัวกฎหมาย กฎหมายเขียนแต่ว่าให้อำนาจรัฐบาลไปกู้ 2 ล้านล้าน มาทำ นี่ก็เป็นการเลี่ยงระบบงบประมาณ เพื่อไม่ให้สมาชิกสภา ตัวแทนของประชาชนไปตรวจสอบในขึ้นที่ 1”

“ถัดมาครับ ถ้าอยู่ในระบบงบประมาณ จัดงบประมาณไปที่หน่วยงานไหนแล้ว การโยกย้ายข้ามกรม เปลี่ยนโครงการจะทำได้ยากครับเพราะถือว่าทุกโครงการผ่านความเห็นชอบของตัว แทนประชาชนมาแล้ว แต่พอเป็นกฎหมายกู้เงิน การจะโยกย้ายเงินจากโครงการหนึ่ง ไปอีกโครงการหนึ่ง ไม่มีตัวที่จะมาบีบบังคับ เพราะเป็นตัวเลขกลมๆ ใหญ่ๆ ตามหมวดต่างๆ อย่างที่ผมได้บอกแล้ว”

“และประการสำคัญ ประการที่ 3 พอออกไปอยู่นอกระบบงบประมาณ ผมฟันธงไว้ล่วงหน้า หลังจากกฎหมายกู้เงินผ่าน ครม.จะมีมติเหมือนกับที่ทำตอนกู้ 3 แสน 5 หมื่นล้าน เรื่องน้ำว่าจะมีการยกเว้นกฎระเบียบเกี่ยวกับการจัดซื้อ จัดจ้าง ที่ใช้ในราชการทั้งหมดครับพี่น้องครับ”

“เพราะฉะนั้นเงิน 2 ล้านล้านนี้ เวลามีการประมูล เวลามีการตัดสินใจ จัดซื้อ จัดจ้าง ราคาเท่าไหร่ อย่างไร จะไม่อยู่ภายใต้ระเบียบของราชการ เรื่องน้ำนี่ครับ 3 แสน 5 หมื่นล้านจนถึงทุกวันนี้ ที่บอกไปเชิญเอกชนต่างๆ เข้ามาแล้ว ส่วนใหญ่ที่ได้ไปคือต่างชาตินะครับ มีกลุ่มของเกาหลี มีกลุ่มของจีน มีกลุ่มของญี่ปุ่น เสนอมาแล้ว จะทำลุ่มน้ำนั้น จะทำลุ่มน้ำนี้ ข้อเท็จจริงก็คือ ตัวโครงการยังระบุไม่ได้เลยครับ ว่าจะทำโครงการไหน ไม่ทำโครงการไหน เพราะยังไม่ผ่านขั้นตอน อย่างเช่นการประเมินผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม หลายโครงการ แล้วผมถามพี่น้องครับ อย่างโครงการน้ำ พี่น้องคิดว่าคนญี่ปุ่น คนเกาหลี คนจีน รู้สภาพลุ่มน้ำดีเท่าคนไทยมั้ยครับ”

“สุดท้ายฟันธงอีก บริษัทที่เป็นต่างชาติเหล่านี้ ก็ต้องมาจ้างคนไทยให้ไปทำ แต่เราเสียเงินเพิ่มขึ้น แพงโดยใช่เหตุ ด้วยวิธีพิเศษ ด้วยวิธีพิสดารแบบนี้ครับพี่น้องครับ นี่เป็นสิ่งที่รัฐบาลคิดจะทำในขณะนี้ แทนที่จะทำทุกอย่างให้โปร่งใส แทนที่จะบังคับตัวเองให้มีวินัยทางการเงิน การคลัง ผมจึงบอกว่า เราต้องให้พี่น้องช่วยกันจับตาดู เขาไปสำรวจความคิดเห็นของประชาชน ประชาชนประมาณ 70 กว่าเปอร์เซ็นต์ เชื่อว่าไงครับ เชื่อว่าเงิน 2 ล้านล้านงานนี้มีโกง แน่นอน นี่แหละครับคือสิ่งที่รัฐบาลอยากจะเดินหน้าทำ เอาเรื่องดีๆ มาบังหน้า เหมือน 3 แสน 5 หมื่นล้าน ปีที่แล้วจำได้มั้ยครับ บอกว่าต้องออกเป็นกฎหมายเร่งด่วน ป้องกันไม่ให้น้ำท่วม ถ้าไม่รีบทำเดี๋ยวปี 2555 น้ำจะท่วม พวกผมไปศาลรัฐธรรมนูญบอกพวกผมไม่เชื่อว่ารัฐบาลมีปัญญาที่จะทำทันน้ำมาปี 2555”

“ถึงวันนี้พิสูจน์แล้วครับ จนจะถึงฤดูที่น้ำจะมาปี 2556 โครงการเหล่านี้ก็ยังไม่ได้ทำครับพี่น้องครับ นี่คือข้อเท็จจริง แต่เรื่องนี้ก็ยังดีนะครับ ถ้าอยากจะขยับ อยากจะเคลื่อนเพื่อพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน อย่างน้อยก็มีประโยชน์สำหรับพี่น้องประชาชน เพียงแต่พวกผมบอกว่า ไม่จำเป็นต้องกู้ แล้วกู้มากขนาดนี้ ใช้เวลาใช้หนี้ 50 ปี เมื่อกี้คุณสาธิต ไม่ค่อยดี บอกว่านายกฯ จะอยู่ไม่ถึง 50 ปี ผมอายุมากกว่านายกฯ นิดหน่อย ผมว่า ผมอยู่ถึงนะ แต่ผมไม่อยากจะต้องมาใช้หนี้ ผมไม่ขัดข้องถ้าหากว่าเก็บภาษีผมไปตามปกติ ขอผู้แทนประชาชน อยากจะสร้างรถไฟ สร้างอย่างไร ใช้เงินเท่าไหร่ ทำไปเถอะครับ แต่อย่าให้พวกผมเป็นหนี้ เพราะพวกคุณต้องการจะโกง เรื่องนี้ก็จะได้ติดตามต่อไป”

เล็งตรวจสอบ หากรัฐบาลยื่นแก้รัฐธรรมนูญมาตรา 68 – 190

ในช่วงท้ายของการปราศรัยนายอภิสิทธิ์กล่าวด้วยว่า อีก 3 สัปดาห์ข้างหน้า สมัยประชุมสภาจะมีการแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญมาตรา 68 เพื่อตัดสิทธิ์ไม่ให้ประชาชนสามารถยื่นเรื่องต่อศาลรัฐธรรมนูญได้ ให้ยื่นถึงอัยการได้เท่านั้น ซึ่งเท่ากับว่าถ้ายื่นแล้ว อัยการไม่ทำอะไร ประชาชนก็ทำอะไรไม่ได้ เพราะฉะนั้นที่จะแก้มาตรา 68 จึงมีคนตั้งข้อสังเกตว่า ถ้าแก้สำเร็จ ผ่านไปแล้ว สิ่งที่ตามมาคืออะไร ย้อนกลับไปรื้อรัฐธรรมนูญทั้งฉบับ เพราะรู้ว่าศาลรัฐธรรมนูญจะไม่มีโอกาสมาพิจารณาเรื่องนี้อีก

นอกจากนี้ยังการเล็งแก้ไขมาตรา 190 ด้วย โดยนายอภิสิทธิ์กล่าวว่า หากมีการแก้รัฐธรรมนูญ มาตรา 190 ก็จะเป็นการลดทอนอำนาจผู้แทนประชาชนในการตรวจสอบการทำข้อตกลงระหว่างประเทศ มาตราที่เกี่ยวกับวุฒิสภา ก็จะมีการแก้ไขให้มีการเลือกตั้ง ก็ว่ากันไปครับ

ยันไม่สนใจเรื่องนายกฯ สำรอง ถ้าอยากปรองดองต้องถอนกฎหมายนิรโทษกรรมทั้ง 5 ฉบับ

“แต่ที่ต้องจับตาดูด้วยก็คือว่า อาทิตย์หน้าเงินกู้ อาทิตย์ถัดไปรัฐธรรมนูญ เหลืออีก 1 อาทิตย์ มีข่าวออกมาแล้วว่าจะลองแหย่เรื่องนิรโทษกรรมหน่อย กฎหมายเดิมมีอยู่ 4 ฉบับ ตอนนี้ก็เสนอเข้าไปเป็นฉบับที่ 5 แล้วก็มีลีลาเยอะมากครับ บอกว่า เดี๋ยวจะเลื่อนขึ้นมา เวลาถูกเสื้อแดงกดดัน ก็บอกจะต้องทำ จะต้องรีบทำช่วยเหลือพี่น้องเสื้อแดง พอมีเสียงคนคัดค้านมากๆ วิปรัฐบาลก็บอกว่า คงจะยังชะลอไว้ก่อน กลับไปกลับมาๆ คนเป็นนายกฯ ก็บอกว่าแล้วแต่สภา ผมก็จึงตอบไม่ได้หรอกครับว่า เขาจะทำหรือไม่ทำในสมัยประชุมนี้ แต่จุดยืนของพวกผมชัดเจนวันนี้ ถอนกฎหมาย 5 ฉบับออกไปอย่างเดียว ถ้าอยากให้ความปรองดองเกิดขึ้นในประเทศ”

“แล้วก็ฝากไปถึงนายกฯ ยิ่งลักษณ์ เพราะว่าวันนี้ผมเห็นพาดหัวหลายฉบับ บอกว่า รู้สึกน้อยใจ ที่มีการพูดถึงเรื่องการเปลี่ยนตัวนายกฯ มีนายกฯ สำรองที่จะเกิดขึ้น ผมบอกว่า อย่าน้อยใจเลยครับ ถ้าอยากเป็นนายกฯ ตัวจริง ก็แสดงให้เห็นสิครับ เป็นนายกฯ ตัวจริง สั่งพรรคเพื่อไทย ถอนกฎหมาย 5 ฉบับออกไป แสดงให้เห็นสิครับว่าเป็นนายกฯ ตัวจริง ไม่ได้เกรงใจนายกฯ ที่อยู่ต่างประเทศ เพราะที่มาพูดเรื่องนายกฯ สำรอง เรื่องอะไรทั้งหลายนั้น มันไม่ใช่เรื่องที่มาจากพรรคประชาธิปัตย์เลย เป็นเรื่องของพี่น้องว่ากันเอง ผมยืนยันวันนี้พวกผมไม่สนใจหรอกครับ พี่น้องจะเห็นตรงกัน เห็นต่างกันหรือไม่ แต่คนที่เป็นนายกรัฐมนตรีมีหน้าที่ดูแลประเทศ ไม่ใช่ดูแลพี่ชาย”

บ้านเมืองเป็นของประชาชน ไม่ใช่ของครอบครัวใด วอนอย่าสร้างความวุ่นวายเลย

“ถ้ายืนยันจะนำประเทศไปข้างหน้าต้องตัดตรงนี้ ให้จบ ให้ขาด แล้วเดินหน้าแก้ปัญหาให้กับประชาชน ผมว่าถ้ากล้าทำเนี่ย อาจจะอยู่ได้ครบ 4 ปี อาจจะอยู่ได้นานกว่านั้นด้วย แต่ถ้าอยู่เพื่อที่จะต้องตามใจพี่ชาย มีแต่ความวุ่นวายที่รอคอยอยู่ข้างหน้า ดังนั้นวันนี้ สส. ลูกพรรคผมหลายคน รู้สึกไม่ทันไร ชวนพวกเราไปหน้าสภาแล้ว รังสิมา ไม่ต้องมาทำหน้างง ผมเห็นเมื่อกี้รีบชวนไปหน้าสภาแล้ว ผมบอกว่า พี่น้องติดตามข่าวสารก่อน เราไม่อยากให้บ้านเมืองมีปัญหา แต่เราก็ต้องส่งสัญญาณให้ชัดว่าบ้านเมืองที่ไม่มีปัญหา ต้องเป็นบ้านเมืองที่เป็นของประชาชน ไม่ใช่ตระกูลใด หรือครอบครัวใด หรือคนใดคนหนึ่ง อย่าสร้างความวุ่นวายให้กับบ้านเมืองเลยครับ” อภิสิทธิ์กล่าวตอนหนึ่งของการปราศรัย

 

ใส่ความเห็น

Please log in using one of these methods to post your comment:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

%d bloggers like this: