BlogAdvertise01_Adblog01_Adblog01

โดย: ทนายเกิดผล แก้วเกิด

22195946_354033878341048_3462550352623637334_n

1.เจ้าพนักงานจราจรจับจำเลยเรียกเก็บใบอนุญาตขับรถขนส่ง ( ป.2) ของจำเลย และ ออกใบสั่งแทนใบอนุญาตขับขี่ให้ชำระค่าปรับ ภายใน 7 วัน แต่ผู้ขับขี่ไม่ไปชำระค่าปรับ และยังคงขับรถบรรทุกนั้นต่อไป

2. ต่อมา เจ้าพนักงานจราจร จับกุมจำเลย จำเลยแสดงใบสั่งแทนใบอนุญาตขับขี่ ที่เกิน 7 วัน ใบสั่งออกวันที่ 7 กุมภาพันธ์ 2557 และต่อมาถูกจับ วันที่ 9 เมษายน 2557 (รวมเวลาใข้ใบสั่งแทนใบขับขี่ 62 วัน)

3.ในวันดังกล่าว เจ้าพนักงานตำรวจ จับและแจ้งข้อหาจำเลยว่า ขัดคำสั่งเจ้าพนักงานจราจร ข้อหาแต่งกายไม่สะอาดเรียบร้อยตามแบบที่กำหนดในกฎกระทรวง และ ปฏิบัติหน้าที่เป็นผู้ขับรถในระหว่างถูกยึดใบอนุญาตขับรถ

และถูกฟ้องในเวลาต่อมา

4. จำเลยรับสารภาพในขัอหา ขัดคำสั่งเจ้าพนักงานจราจร ข้อหาแต่งกายไม่สะอาดเรียบร้อยตามแบบที่กำหนดในกฎกระทรวง แต่ปฎิเสธข้อหา ปฏิบัติหน้าที่เป็นผู้ขับรถในระหว่างถูกยึดใบอนุญาตขับรถ

5.ศาลชั้นตั้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามพระราชบัญญัติการขนส่งทางบก พ.ศ.2522 มาตรา 102 (1), 127, 152 พระราชบัญญัติจราจรทางบก พ.ศ.2522 มาตรา 140, 141, 155 การกระทำของจำเลยเป็นความผิดหลายกรรมต่างกัน ให้ลงโทษทุกกรรมเป็นกระทงความผิดไปตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 91 ฐานขัดคำสั่งเจ้าพนักงานจราจร ปรับ 1,000 บาท ฐานแต่งกายไม่สะอาดเรียบร้อยตามแบบที่กำหนดในกฎกระทรวง ปรับ 1,000 บาท ฐานปฏิบัติหน้าที่เป็นผู้ขับรถในระหว่างถูกยึดใบอนุญาตขับรถ จำคุก 6 เดือน และปรับ 20,000 บาท จำเลยให้การรับสารภาพเฉพาะข้อหาขัดคำสั่งเจ้าพนักงานจราจรและข้อหาแต่งกายไม่สะอาดเรียบร้อยตามแบบที่กำหนดในกฎกระทรวง มีเหตุบรรเทาโทษ ลดโทษให้กระทงละกึ่งหนึ่งตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 คงจำคุก 6เดือน และปรับ 21,000บาท ไม่ปรากฏว่าจำเลยเคยได้รับโทษจำคุกมาก่อน โทษจำคุกให้รอการลงโทษไว้ 1 ปี ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 56 หากไม่ชำระค่าปรับให้จัดการตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 29, 30

6.จำเลยอุทธรณ์

7.ศาลอุทธรณ์ภาค 1 พิพากษายืน

8. จำเลยฎีกา

9.ศาลฎีกาพิพากษาว่า…
การที่ พ.ร.บ.จราจรทางบก พ.ศ.2522 มาตรา 140, 141, 161 ทวิ กำหนดให้เจ้าพนักงานจราจรใช้ดุลพินิจเรียกเก็บใบอนุญาตขับขี่ไว้เป็นการชั่วคราว และให้ใบรับแทนใบอนุญาตขับขี่ที่ออกให้ใช้แทนใบอนุญาตขับขี่ได้เป็นการชั่วคราวไม่เกินเจ็ดวัน หรือใบรับการส่งธนาณัติ หรือใบรับการส่งตั๋วแลกเงิน ประกอบกับใบสั่งเป็นใบแทนใบอนุญาตขับขี่ได้เป็นเวลาสิบวันนับแต่วันที่ส่งธนาณัติหรือตั๋วแลกเงิน มีวัตถุประสงค์ที่จะให้ผู้ขับขี่ที่ฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตาม พ.ร.บ.จราจรทางบก พ.ศ.2522 รีบไปชำระค่าปรับตามคำสั่งของเจ้าพนักงานจราจรโดยเร็ว เพื่อจะได้รับใบอนุญาตขับขี่คืนจากพนักงานสอบสวนทันที อันจะทำให้สามารถขับขี่รถต่อไปได้โดยถูกต้องตามกฎหมาย เมื่อเจ้าพนักงานจราจรผู้ออกใบสั่งมิได้รับมอบอำนาจจากผู้บัญชาการตำรวจนครบาล ผู้บัญชาการตำรวจภูธร ผู้บังคับการตำรวจจราจร ผู้บังคับการตำรวจทางหลวง ซึ่งเป็นผู้มีอำนาจสั่งยึดใบอนุญาตขับขี่ที่ได้กระทำความผิดตาม พ.ร.บ.จราจรทางบก พ.ศ.2522 ครั้งละไม่เกินหกสิบวัน และผู้ขับขี่มีสิทธิอุทธรณ์คำสั่งได้ตาม พ.ร.บ.จราจรทางบก พ.ศ.2522 มาตรา 161 จึงไม่มีอำนาจสั่งยึดใบอนุญาตขับขี่ตามบทบัญญัติดังกล่าว กรณีจึงไม่อาจแปลความคำว่า “เรียกเก็บใบอนุญาตขับขี่ไว้เป็นการชั่วคราว” ตามมาตรา 140 วรรคสาม ว่า เป็นการยึดใบอนุญาตขับขี่ การที่จำเลยซึ่งเป็นผู้ได้รับใบอนุญาตปฏิบัติหน้าที่เป็นผู้ประจำรถขับขี่รถในระหว่างที่เจ้าพนักงานจราจรเรียกเก็บใบอนุญาตขับขี่ไว้เป็นการชั่วคราว และพ้นกำหนดเวลาเจ็ดวันนับแต่วันที่เจ้าพนักงานจราจรออกใบรับแทนใบอนุญาตขับขี่แล้ว จึงมิใช่เป็นการปฏิบัติหน้าที่ในระหว่างถูกยึดใบอนุญาตขับรถตามกฎหมายว่าด้วยจราจรทางบกอันเป็นความผิดตาม พ.ร.บ.การขนส่งทางบก พ.ศ.2522 มาตรา 152

พิพากษาแก้เป็นว่า ให้ยกฟ้องในความผิดตามพระราชบัญญัติการขนส่งทางบก พ.ศ.2522 มาตรา 152 นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค 1

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1669/2559

สรุปว่า

1.เมื่อเจ้าพนักงานจราจรออกใบสั่งเปรียบเทียบปรับแก่ผู้ต้องหา และ เรียกเก็บใบอนุญาตขับขี่แล้ว สามารถเรียกเก็บไว้ได้เพียงชั่วคราว เพียง 7 วัน

2.ในกรณีที่ผู้ขับขี่ไม่มาชำระ ค่าปรัยภายใน 7 วัน มาตรา ๑๔๑/๑ บัญญัติว่า ในกรณีที่ผู้ขับขี่หรือเจ้าของรถซึ่งได้รับใบสั่งไม่ปฏิบัติตามมาตรา ๑๔๑ ให้พนักงานเจ้าหน้าที่และนายทะเบียนตามกฎหมายว่าด้วยรถยนต์หรือกฎหมายว่าด้วยการขนส่งทางบกมีหน้าที่และอำนาจ ดังต่อไปนี้

(๑) ให้พนักงานเจ้าหน้าที่ตำแหน่งตั้งแต่สารวัตรขึ้นไปมีหนังสือแจ้งการไม่ปฏิบัติตามใบสั่งและจำนวนค่าปรับที่ค้างชำระให้ผู้ขับขี่หรือเจ้าของรถทราบภายใน #สิบห้าวันนับแต่วันที่ครบกำหนดชำระค่าปรับตามที่ระบุในใบสั่ง และให้ผู้ขับขี่หรือเจ้าของรถทำการชำระค่าปรับที่ค้างชำระด้วยวิธีการอย่างใดอย่างหนึ่ง ตามมาตรา ๑๔๑ ภายในสิบห้าวันนับแต่วันที่ได้รับแจ้ง

3.เมื่อผู้ชับขี่ได้รับหนังสือแจ้ง และไม่ชำระค่าปรับ ให้ดำเนินการ ห้พนักงานเจ้าหน้าที่แจ้งจำนวนค่าปรับที่ค้างชำระพร้อมหลักฐานตาม (๑) ไปยังนายทะเบียน และให้นายทะเบียนตรวจสอบข้อมูลและแจ้งให้ผู้มาติดต่อขอชำระภาษีประจำปีสำหรับรถคันนั้นทราบ เพื่อไปชำระค่าปรับที่ค้างชำระภายในสามสิบวันนับแต่วันที่ได้รับแจ้ง

หรือ ให้พนักงานสอบสวน ดำเนินคดีไปตาม ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา กล่าวคือ ส่งตัวดำเนินคดีให้อัยการฟ้องต่อไป

4.แต่ในคดีนั้ พนักงานอัยการสั่งฟ้องข้อหา ปฏิบัติหน้าที่เป็นผู้ขับรถ #ในระหว่างถูกยึดใบอนุญาตขับรถ ตาม พรบ.ขนส่งทางยก มาตรา 102 (1), 127, 152

5.แต่ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า การเรียกเก็บใบขับขี่ไว้ชั่วคราว ไม่ใช่การถูกยึดใบอนุญาตขับขี่ตามที่อัยการฟ้อง เพราะ พนักงานสอบสวน หรือ เจ้าพนักงานจราจร ไม่มีอำนาจยึดใบอนุญาตขับขี่

6.บุคคลที่มีอำนาจยึดใบอนุญาตขับขี่รถได้ มีเพียงผู้บัญชาการตำรวจนครบาล ผู้บัญชาการตำรวจภูธร ผู้บังคับการตำรวจจราจร ผู้บังคับการตำรวจทางหลวง หรือผู้ซึ่งได้รับมอบอำนาจจากผู้ดำรงตำแหน่งดังกล่าวมีอำนาจสั่งยึดใบอนุญาตขับขี่ของผู้นั้นมีกำหนดครั้งละไม่เกินหกสิบวัน

7. และผู้ขับขี่ยังสามารถ อุทธรณ์คำสั่งนั้นได้ตามกฎหมาย

8 . เมื่อกฎหมายให้อำนาจผู้ที่มีอำนาจยึดใบอนุญาตขับขี่ไว้โดยเฉพาะแล้ว เจ้าพนักงานจราจร หรือ พนักงานสอบสวนที่ไม่ได้รับมอบหมายจากบุคคลดังกล่าว จึงไม่มีสิทธิยึดใบอนุญาตขับขี่ และการเรียกเก็บไว้ชั่วคราว จึงไม่ใช่การยึดใบอนุญาตขับขี่ตามกฎหมาย พิพากษายกฟ้อง

 

One thought on “การเรียกเก็บใบขับขี่ หาใช่การยึดใบขับขี่ไม่

  1. อัยการไม่เข้าใจหรืออย่างไรว่า การเรียกเก็บใบขับขี่ กับ ยึดใบขับขี่ว่ามันต่างกันอย่างไร

    ถูกใจ

ใส่ความเห็น

Please log in using one of these methods to post your comment:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Google photo

You are commenting using your Google account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s