วิกฤตเวเนซูเอลา


COCONS ACHITECTURE

Pat Hemasuk
18 กุมภาพันธ์ 2018 · กรุงเทพมหานคร

27867086_1836795689697367_6933037016818767370_n
ผมเห็นภาพนี้จากข่าวต่างประเทศ Venezuela exodus ประชาชนชาวเวเนซุเอลาต่างก็หนีจากประเทศของตัวเองไปยังเพื่อนบ้านเพื่อรอดตายจากความอดอยาก

สิ่งอย่างหนึ่งที่นักการเมืองไร้ฝีมือ ไร้วิสัยทัศน์ จะรักษาเก้าอี้เอาไว้ได้คือการติดสินบน และการติดสินบนนั้นต้องทำในทุกระดับตั้งแต่เพื่อนนักการเมืองด้วยกันเอง ไปถึงข้าราชการ ลงไปถึงประชาชนระดับรากหญ้า โดยหวังว่าจะยังคงเทคะแนนเสียงให้ในการเลือกตั้งครั้งต่อไป คนพวกนี้หวังเพียงการเลือกตั้งครั้งต่อไปของตัวเองโดยไม่คิดถึงความยั่งยืนของอนาคตประเทศ การให้สินบนแก่ประชาชนแบบนี้เรียกว่าประชานิยม พอประชาชนเสพติดประชานิยมเรียบร้อยแล้วนักการเมืองที่ชั่วช้าก็จะอยู่ในเก้าอี้อย่างมั่นคง แต่สิ่งที่ตามมาคือประเทศชาติจะฉิบหายย่อยยับในเวลาไม่นาน

ในช่วงหลังปี 2000 หรือเมื่อสิบกว่าปีก่อนมีนักการเมืองไร้คุณภาพใช้วิธีประชานิยมเอาเงินของชาติเข้าซื้อเสียงประชาชนกันหลายประเทศ เช่นกลุ่ม 4 ประเทศในยุโรปใต้ที่เรียกกันว่า PIGS ในช่วงเศรษฐกิจล่มของยุโรปต่างก็เหมือนกันอย่างหนึ่งคือได้นักการเมืองที่เลว และใช้วิธีที่คล้ายกันคือใช้ระบบประชานิยมซื้อเสียงประชาชนจนเสพติดเงินและสัวสดิการที่ได้มาฟรีจากรัฐบาลเลว

ไม่ต่างกับประเทศไทยในเวลานั้น ประเทศเวเนซุเอล่าก็คล้ายกันมาก ต่างก็มีรัฐบาลที่ใช้ระบบประชานิยมซื้อเสียงเพื่อรักษาเก้าอี้ทางการเมืองของตนเอง ของไทยเรานั้นรัฐทุ่มเงินภาษีของรัฐที่มาจากภาคอุตสาหกรรม ภาคบริการ ภาคการท่องเที่ยว รวมถึงภาษีจากชนชั้นกลางที่หนีภาษีไปไหนไม่ได้เอาไปซื้อฐานเสียงของเกษตรกรและประชาชนระดับรากหญ้า ตัวอย่างเช่นซื้อผลผลิตทางการเกษตรในเขตฐานเสียงของตัวเองทุกอย่างในราคาสูงเพื่อเอาใจเกษตรกรฐานเสียงของตัวเอง แล้วปล่อยให้เน่าเสียคาโกดังเพราะไม่มีปัญญาที่จะขายในราคาที่รัฐไม่ขาดทุนเช่น หอมแดง ลำไย ข้าว โครงการแจกเงินผ่านหัวคะแนนที่เป็นผู้นำชุมชนแบบโกงแหลกไร้ใบเสร็จ ฯลฯ

แต่ผมอยากจะเล่าเรื่องเวเนซุเอล่าให้ฟังเพราะเรื่องของบ้านเมืองเราในยุคนั้นคงเข้าใจกันดีแล้วว่าเราผ่านอะไรมาบ้างและเจ็บปวดกับนักการเมืองเลวๆ มาเพียงใด ผมอยากจะเริ่มที่ ปธน.อูโก ชาเบซ อดีตมาจากครอบครัวผู้ใช้แรงงาน เริ่มต้นชีวิตมาจากอาชีพทหารแล้วโดนจับติดคุกเพราะปฎิวัติไม่สำเร็จ เมื่ออกมาจากคุกก็ตั้งพรรคการเมืองเป็นผู้นำพรรคสหสังคมนิยมแห่งเวเนซุเอลา (PSUV) ที่ดำรงตำแหน่งเมื่อปี 1999 ที่ชูนโยบายทางการเมืองโบลีวาร์นิยม (Bolivarianism) ยึดสัมปทานน้ำมันและกิจการใหญ่ทุกอย่างจากต่างชาติ เช่นโรงแรม ห้างสรรพสินค้า โรงงานอุตสาหกรรม เหมืองแร่ เอาเข้ารัฐทั้งหมด ซึ่งเวเนซุเอล่านั้นมีปริมาณน้ำมันสำรองในประเทศมหาศาลอันดับต้นๆ ของโลกเลยทีเดียว มากกว่าตะวันออกกลางหลายประเทศรวมกันเลียด้วยซ้ำ

ปธน.ซาเบซ เริ่มโครงการประชานิยมสุดโต่งให้สวัสดิการประชาชนทุกรูปแบบ ยกเลิกการสนับสนุนด้านกสิกรรมของประเทศโดยซื้ออาหารจากประเทศอื่นแทนที่จะยืนบนขาตัวเอง เอาน้ำมันมาขายให้ประชาชนในราคาถูกเสียยิ่งกว่าน้ำเปล่าเสียอีก การที่เอากำไรจากน้ำมันมาแจกประชาชนผ่านนโยบายประชานิยมของรัฐนั้นตอนแรกยังพอไปได้ แต่กิจการน้ำมันนั้นถ้าไม่พึ่งพาเทคโนโลยีจากต่างชาติบ่อน้ำมันหลายร้อยบ่อก็ไม่สามารถดำเนินการต่อไปได้ แท่นขุดไหนพังโรงกลั่นไหนเสียก็ต้องปิดตัวลงเพราะไม่มีใครเขามาซ่อมให้ และสูบขึ้นมาได้แล้วจะขายน้ำมันดิบให้ใครไปกลั่นก็ไม่ได้ เพราะโดนสหรัฐและยุโรปขึ้นบัญชีดำทางเศรษฐกิจจากการที่ไปยึดกิจการต่างๆ ของต่างชาติแบบไร้เหตุผล ฉีกสัญญาสัมปทานทั้งหลายที่ทำเอาไว้แต่เดิมมา จนในที่สุดก็ต้องไปกู้เงินมหาศาลจากจีนและรัสเซียเข้ามาพยุงเศรษฐกิจ ซึ่งไม่นานก็หมดเงินแล้วกู้อีกไม่ได้ เพราะไม่เคยใช้หนี้ คราวนี้ถึงกับล้มละลายทางเศรษฐกิจ

1B0E5530EE5A4F15B2502EE740008180

ประชาชนก็เริ่มรู้ตัวว่ากำลังพบกับหายนะภายใต้นโยบายประชานิยมของ ปธน.อูโก ชาเบซ ก็เริ่มออกมาต่อต้าน แต่ก็ต้องเจอกับ พวกนักเลงอันธพาล และตำรวจที่ ปธน.เลี้ยงเอาไว้เข้าทำร้ายจนต้องล้มเลิกการประท้วงรัฐบาลไปด้วยความตายของชนชั้นกลางที่ออกมาประท้วงรัฐบาลไปจำนวนไม่น้อย (ผมคิดถึงผู้ประท้วงรัฐบาลในอดีตของไทยต้องตายและพิการไปสิบกว่าชีวิตจากการลอบกัดของอันธพาลมือตีนของรัฐบาลในอดีตว่าช่างเหมือนกันอะไรขนาดนี้)

หลังจากปี 2013 ที่ ปธน.อูโก ชาเบซ ถึงแก่อสัญกรรม รอง ปธน.นีโกลัส มาดูโร ก็ขึ้นตำแหน่งแทน โดยในอดีตนั้นเขาเป็นเพียงพนักงานขับรถโดยสารประจำทาง ก่อนมาเป็นผู้นำสหภาพแรงงาน และได้รับเลือกตั้งเข้าสู่สภาผู้แทนราษฎรในพรรคสหสังคมนิยมแห่งเวเนซุเอลา ที่ ปธน.อูโก ซาเบซ เป็นผู้นำ และฉายแววเผด็จการเสียยิ่งกว่า ปธน.คนเก่าเสียอีก เริ่มจากการเลือกตั้งที่โกงทุกรูปแบบ และการร่วมมือกับศาลสูงประกาศให้พรรคฝ่านค้านที่ชนะการเลือกตั้งเป็นโมฆะ และอื่นๆ อีกมากมาย จนในเวลานี้ประชายเวเนซุเอล่าไม่มีแม้กระทั่ง อาหาร ยารักษาโรค เพราะรัฐบาลไร้ความรู้ทางเศรษฐกิจพิมพ์เงินขึ้นมาใช้จ่ายแบบไม่อั้นจนค่าเงินตกต่ำไม่ต่างกับกระดาษเช็ดก้น อัตราเงินเฟ้อขึ้นถึง 13,000 % ภายในปีเดียว

เวลานี้ประชาชนชาวเวเนซุเอลาต้องอพยพออกจากประเทศของตัวเองด้วยสาเหตุที่อยู่ไปก็อดตายเพราะเงินไม่มีค่าพอที่จะซื้ออะไรได้ ไม่มีอาหารจากการที่รัฐไม่สนับสนุนภาคเกษตรกรรมในประเทศมาหลายปี ไม่มีงานทำเพราะยึดกิจการจากต่างชาติมาแล้วก็บริหารกันไม่เป็น ไม่มียารักษาโรคไม่มีเครื่องมือแพทย์ ไม่มีแม้แต่เงินเดือนของข้าราชการ เวลานี้จะบอกว่าเวเนซุเอลาเป็นรัฐล้มเหลวไปแล้วคงไม่ผิดนัก ทั้งที่มีทรัพยากรในดินในน้ำอยู่เต็มประเทศ มีประชาชนที่มีคุณภาพพอสมควร แต่มีนักการเมืองที่เลวชาติชั่วเพียงไม่กี่คนเท่านั้น เล่นเอาประเทศที่ควรมีอนาคตที่ดีที่สุดในอเมริกาใต้ต้องกลายเป็นนรกบนดินไปได้ถึงระดับนี้ภายในเวลาไม่ถึง 20 ปี

โฆษณา

ใส่ความเห็น

Please log in using one of these methods to post your comment:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Google photo

You are commenting using your Google account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s