จริงรึที่ฝุ่น ขนาด2.5 ไม่ได้ทำอันตรายต่อร่างกายดังที่แชร์กันทั่วสังคมไทย


COCONS ACHITECTURE

 

dust630-760x399
🔷ข้อคิดเห็นของ ดร.ประวิทย์ จงวิศาล
อดีตอจ.ภาควิชาอาชีวอนามัย คณะสาธารณสุขศาสตร์ ม.มหิดล

ผมในฐานะเรียนปริญญาเอก Industrial Hygine and Toxicologyมา

ขอชี้แจงว่าฝุ่น ขนาด2.5 ไม่ได้ทำอันตรายต่อร่างกายดังที่แชร์กันทั่วสังคมไทย

ยกเว้นคนโรคทางเดินหายใจ เด็กเล็กๆ และผู้ชรามาก

เรากำลังตกอยู่ในวิตกจริตเกินเหตุเพราะพวกไม่รู้จริง และหาผลประโยชน์จากอุปกรณ์วัดฝุ่น ที่ปิดปากปิดจมูก เครื่องกรองอากาศ

มีบริษัทยักษ์ใหญ่เตรียมแผ่นกรองอากาศ มาติดกับเครื่องปรับอากาศทั่วไป ให้กรองฝุ่นได้ทำรายได้มากมาย
เครื่องกรองอากาศขณะนี้ราคาแพงมาก และขาดตลาด ปั๊มน้ำและอุปกรณ์ฉีดน้ำ เพิ่มยอดขายมากมาย และอื่นๆที่เกี่ยวข้องอีก

ผมขอชี้แจงว่า
ตระหนักถึงป้ญหาได้ แต่อย่าตระหนกจนเกินเหตุทำให้ประเทศไทยเสียหายเกินเหตุ ต้องลงทุนกับการแก้ปัญหาเกินควร
เช่น แทนที่จะมากวดขันจับรถควันดำ เพราะ ฝุ่นต้วนี้มาจากรถดีเซลเป็นส่วนใหญ่ และบริเวณก่อสร้างผู้รับเหมาไม่รดน้ำพื้นถนน รัฐต้องมากวดขันจริงจัง ไม่ใช่สั่งปิดโรงเรียน ปิดเรียนแล้วมันหายฝุ่นหรือ

plcjix9r2pBvEeJGWe66-o

โรงเรียนไม่ใช่แหล่งกำเนิดฝุ่น รถดีเซลปิ๊กอับ และรถบรรทุกขนาดใหญ่ที่วิ่งทั่วบ้านทั่วเมือง
นั่นแหละเป็นแหล่งสำคัญของฝุ่นตัวนี

ผมเคยบอกแล้วว่าฝุ่นตัวนี้ เป็นปัญหาของทั้งโลกและประเทศไทยมานานแล้ว ไม่ใช่เกิดเฉพาะปีนี้

การท่องเที่ยวเราก็ได้รับผลกระทบ มีคนกลุ่มหนึ่งเท่านั้นที่ได้ผลประโยชน์จากการฉวยโอกาส และบางกลุ่มต้องการทำลายภาพลักษณ์ประเทศและรัฐบาล

ผมขอเรียนชี้แจงว่า
ร่างกายเรา ตามธรรมชาติ ออกแบบมาให้ป้องกันอันตรายจากฝุ่นตัวนี้อย่างดี มิฉะนั้นแล้ว มนุษย์คงตายจากฝุ่นหมดแล้ว

เรายังอยู่รอดมาได้

เพราะร่างกายเรา ถูกออกแบบป้องกันฝุ่นอย่างดีเลิศ

ฝุ่นขนาดเกิน10 ไมครอน จะไม่สารถหายใจเข้าไปทางเดินหายใจได้ เพราะ มนุษย์มีขนจมูกดักไว้
ส่วนที่เล็กกว่า 10 ไมครอน ก็ผ่านขนจมูกเข้าไปได้

ยิ่งฝุ่นขนาดเล็กเท่าไรก็ยิ่งลงไปลึกสู่ปอด อันตรายทุกขนาดที่ลงไปลึกไม่ใช่กลัวกันที่2.5ไมครอนเท่านั้น

เมื่อฝุ่นผ่านทางเดินหายใจลงไปได้ ตลอดทางเดินหายใจจะมีเยื่อเมือก คอยจับฝุ่นไว้ ไม่ให้ลงไปลึก

ขณะเดียวกันที่เยื่อเมือก จะมีขนเป็นจำนวนมาก ค่อยกระพือเยื่อเมือกที่จับฝุ่นได้แล้ว ย้อนกลับขึ้นมา ค่อยๆขึ้นมาจนถึงลิ้นปิด-เปิดทางเดินอาหาร และทางเดินหายใจ บริเวณลำคอของเรา จากนั้นเยื่อเมือกที่จับฝุ่นได้แล้ว จะถูกกลืนลงกระเพาะ ฝุ่นปกติจะทนต่อกรดในกระเพาะ ฝุ่นส่วนใหญ่ จึงถูกขับออกพร้อมกับอุจาระ

ส่วนเยื่อเมือกที่จับฝุ่นแล้ว บางส่วนจะถูกขับด้วยการไอ จาม ออกมาเป็นเสมหะออกจากร่างกาย
ท่านเคยสังเกตไหมเวลาเดินทางไปบริเวณที่มีฝุ่นมาก เมื่อขากเสมหะออกมา จะมีฝุ่นติดมาด้วย เสมหะคนขายถ่านจะมีสีดำจากฝุ่นถ่านสีคล้ายเฉาก๊วย

นี่คือกลไกที่มนุษย์ถูกออกแบบ มาสู้กับฝุ่นบนพื้นโลก ถ้าไม่แน่จริง มนุษย์สูญพันธุ์หมดแล้ว

130933_229781

โลกเรามีฝุ่นตั้งแต่กำเนิดโลกมาหลายล้านปีแล้ว

นอกจากนี้ ฝุ่นขนาดเล็กมากๆ มีมวลน้อยมาก จึงไม่สามารถถูกจับโดยเยื่อเมือก ก็จะถูกขับออกจากร่างพร้อมก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ตอนหายใจออก

ท่านเห็นความอัศจรรย์ของร่างกายมนุษย์หรือยัง?
อย่าตระหนกตกใจ สติแตก เกินเหตุ

เราจะตกเป็นเหยื่อของคนบางคนตามที่ผมให้ความเห็นมาแลัว

ผมอ้างอิงจาก
การเรียนพิษวิทยาปริญญาเอกที่ได้ทุนจากรัฐบาลไปเรียนที่สหรัฐอเมริกา ไม่ได้มโนขึ้นมาเหมือนบางคน

ข้อเสนอแนะสั้นๆของผมคือ …
ให้รัฐบาลรีบแกัไขที่แหล่งใหญ่ของฝุ่นตัวนี้อย่างจริงจัง และไม่ต้องแพร่ข่าวมากเกินไป จนทำลายภาพลักษณ์ของประเทศ ประชาชนต้องร่วมมือกัน และขอให้ดูต้วอย่างจีน ว่าเขาทำอย่างไร จีนปิดโรงงาน แต่ไทยปิดโรงเรียน

ที่มา: https://pantip.com/topic/38520141

Cr. ภาพประกอบจาก Internet

โฆษณา

ใส่ความเห็น

Please log in using one of these methods to post your comment:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Google photo

You are commenting using your Google account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s