5 อาชีพ จับเสือมือเปล่า-ลงทุนน้อย แต่ทำรายได้ต่อเดือนหลักล้านบาท


COCONS ACHITECTURE

by Smart SME,
5 สิงหาคม 2562

อาชีพที่สร้างรายได้เดือนละ 1 ล้านบาท ทำอะไรก็รวย ไม่ใช่หมอ หรือ วิศวกรอีกต่อไป โดยเฉพาะกลุ่มธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ อดีตดาวรุ่งพุ่งแรง ปัจจุบันเจ๊ง! ไปก็หลายราย

วันนี้ เรามี 5 อาชีพที่คนๆ ทั่วไป ก็ทำได้ มีเงินในกระเป๋า 500 บาทหรือ 1 แสนบาท ก็สร้างรายได้หลักล้านได้ ดังนี้

Arrowtown_6.jpg

1. เจ้าของแฟรนไชส์

อาชีพที่โครตรวย รายได้ขั้นต่ำ 1 ล้านบาท ยกตัวอย่างเจ้าของแฟรนไชส์ “ชาย 4 บะหมี่เกี๊ยว” ที่เริ่มต้นธุรกิจด้วยเสื่อผืนหมอนใบ แต่มีฝีมือด้านการทำก๋วยเตี๋ยว ก็มาขายก๋วยเตี๋ยวที่รสชาติอร่อย พอขายดีก็มีคนอยากรู้สูตร จากนั้นก็ขายสูตร
จนกลายมาเป็นธุรกิจแฟรนไชส์ที่เติบโตมานานหลายสิบปี แต่ก็ยังรวยขึ้น รวยขึ้น และรวยขึ้น เช่นเดียวกับแฟรนไชส์เครื่องดื่มที่ฮิตมาก ตระกูลชาต่างๆ ขายแก้วละ 20-25 บาท แต่เมื่อเอารายได้มารวมกันแล้ว ทำเงินให้กับเจ้าของธุรกิจแฟรนไชส์เหล่านั้นได้อย่างมหาศาล

ยกตัวอย่างเช่น

เจ้าของแฟรนไชส์ธุรกิจเครื่องดื่ม ชา แบรนด์หนึ่ง

ตั้งราคาขาย แฟรนไชส์ละ 59,000 บาท ผ่านไป 1 เดือน เมื่อคนเริ่มรู้จัก ขายแฟรนไชส์ให้กับแฟรนไชส์ซี (ผู้ที่มาซื้อแฟรนไชส์) 30 ราย
59,000 x 30 = 1,770,000 บาท (เฉลี่ยวันละ 1 สาขา)
เจ้าของแฟรนไชส์ ได้เงินล้าน (ยังไม่หักค่าใช้จ่าย)
ยังไม่จบเท่านี้…

สิ่งที่แฟรนไชส์ซี ต้องซื้อจากเจ้าของแฟรนไชส์ คือวัตถุดิบเฉพาะ เช่น ผงชา, แก้วชา หรือ ไข่มุก (ถ้ามี) เป็นต้น ซึ่งสิ่งเหล่านี้มักจะระบุในข้อสัญญาการซื้อขายแฟรนไชส์ว่าผู้ซื้อแฟรนไชส์ ต้องใช้วัตถุดิบที่มาจากแฟรนไชส์ต้นตำรับเท่านั้น ดังนั้น ประมาณการณ์ได้ว่าเงินที่แฟรนไชส์ซี ต้องจ่ายให้กับเจ้าของแฟรนไชส์ จะอยู่ที่อย่างน้อยๆ 10,000 บาท / เดือน

10,000 x 30 = 300,000 บาท

เมื่อหักค่าใช้จ่าย เจ้าของแฟรนไชส์จะมีกำไรอยู่ที่ประมาณ 70%

1,770,000 + 300,000 = 2,070,000 บาท

นี่คืออาชีพนักขุดทอง ที่ทำให้รวยหลักล้านกันมาหลายแบรนด์แล้ว

2. เจ้าของแบรนด์เครื่องสำอาง

ยุคนี้ ไม่ว่าใครก็เป็นเจ้าของเครื่องสำอางได้ โดยเฉพาะพฤติกรรมผู้บริโภคที่เปลี่ยนไปไม่ว่าผู้หญิงหรือผู้ชาย ก็สามารถซื้อหรือใช้เครื่องสำอางได้แบบไม่รู้สึกผิด ทำให้ธุรกิจนี้มีการเติบโตแบบก้าวกระโดดมานานหลายปี

จะเห็นได้จาก ไม่ว่าเซเลบ, ดารา, บุคคลที่มีชื่อเสียงต่างก็กระโดดเข้ามาร่วมวงในกาสร้างแบรนด์เครื่องสำอางของตัวเองกันอย่างมากมาย ด้วยช่องทางการขายที่มากขึ้น สร้างการรับรู้ได้ง่ายๆ ผ่านออนไลน์โดยการรีวิวให้เห็นจริง สั่ง-ส่งถึงหน้าบ้านทำให้กลายมาเป็นธุรกิจที่ฮอตแบบสุดๆ

โดยเฉพาะเรื่องของตัวเลขกำไรที่อยู่ที่สัดส่วน 70-80% ของต้นทุน เป็นใครจะไม่อยากขายถ้ามีจังหวะและโอกาส แต่ทั้งนี้ทั้งนั้น การที่เจ้าของแบรนด์เครื่องสำอางมีการคิดกำไรเผื่อไว้เกินกว่าเท่าตัวของเงินที่ลงทุนไป เป็นเพราะนอกจากจะเป็นรายได้หลักเลี้ยงชีพ ยังต้องจ่ายให้กับบรรดาตัวแทนจำหน่ายด้วย ทำให้ไม่ว่าจะเป็นเจ้าของธุรกิจเครื่องสำอาง หรือจะเป็นตัวแทนจำหน่ายก็รับเงินอู้ฟู้ รวยหลักล้านไปตามๆ กัน

11.jpg

3. นักพูด

อาชีพที่จับเสือมือเปล่าโดนที่ไม่ต้องมีเงินลงทุนสักบาท แต่นักพูดสร้างรายได้เข้ากระเป๋าได้อย่างมหาศาล ทำให้หลายคนอยากเป็นนักพูด ที่พูดเพื่อให้ความรู้ต่างๆ ตามความถนัด เช่นถนัดเรื่องความรัก ก็พูดเรื่องความรัก, ถนัดการทำธุรกิจ ก็พูดเรื่อง การทำธุรกิจ เชี่ยวชาญเรื่องการออกกำลังกาย ก็พูดเรื่องการออกกำลังกาย เป็นต้น

นักพูดแบบเกรียนๆ ที่มีชื่อเสียงหรือเป็นที่รู้จัก (ไม่ถึงระดับประเทศ) จะมีรายได้ต่อการจ้างงาน เช่น งานสัมมนาต่างๆ ประมาณชั่วโมงละ 10,000 บาท แต่โดยส่วนใหญ่การจ้างนักพูดจะมีเวลาของการทำหน้าที่อยู่ที่ขั้นต่ำ 2 ชั่วโมง

ยกตัวอย่าง ใน 1 วัน

ช่วงเช้า นักพูด มีการรับงานในงานสัมมนางานหนึ่งเวลา 2 ชั่วโมง x 10,000 = 20,000 บาท

ช่วงบ่าย นักพูด มีการรับงานในงานสัมมนางานหนึ่งเวลา 2 ชั่วโมง x 10,000 = 20,000 บาท

เพราะฉะนั้น 1 วัน นักพูดมีรายได้ 40,000 บาท

ใน 4 สัปดาห์ นักพูดอาจจะเก็บวันไว้สำหรับพักผ่อน 10 วันต่อเดือน ฉะนั้น เหลือวันรับงาน 20 วัน

20,000 x 20 ชั่วโมง = 800,000 บาท

ยังไม่ถึงล้าน เพราะยังมีรายได้ทางอื่นๆ…

โดยส่วนใหญ่ นักพูดไม่ใช่แค่พูดเก่ง แต่ยังมีทักษะในการเขียน ฉะนั้นมักจะมีการเชิญให้เขียนโดยเป็นคอลัมนิสต์ให้เว็บไซต์ หรือ นิตยสาร หนังสือพิมพ์ต่างๆ หรือยิ่งไปกว่านั้นอาจจะเขียนหนังสือเพื่อตีพิมพ์ออกขาย จากความรู้และความถนัดส่วนตัว บวกกับการรับงานอีเวนต์ – ออกสื่อต่างๆ

งรวมประมาณ 200,000 บาท ก็เป็น นักขุดทองที่จับเงินล้าน ใน 1 เดือนได้แล้ว

4. Startup

สตาร์ทอัพ ไม่ต้องจ้างพนักงาน มีคนเดียว 2-3 คนก็ทำได้แล้วหากคุณตอบโจทย์ความต้องการของผู้คนได้

หากมองในกลุ่มของ Tech Startup มาประยุกต์เข้ากับการแก้ปัญหา (Pain Point) ที่เกิดขึ้นในบางจุดเช่น การสร้างแอปพลิเคชันหาคู่ Tinder ที่ทำออกมาเพื่อแก้ไขปัญหาคนหาคู่ยาก จนได้รับความนิยมอยากมาก หรือ ลาล่ามูฟ ที่ช่วยแก้ปัญหาการรับส่งสินค้า เป็นต้น โดยส่วนใหญ่จะเป็นสัดส่วนผู้ที่เข้าร่วมเป็นผู้ให้บริการ – เจ้าของแอปฯ ที่ 80 : 20 ยิ่งมีผู้โหลดแอปฯ มากเท่าไหร่ ก็ยิ่งทำเงินได้มหาศาลเท่านั้น ซึ่งการลงทุนในการสร้างแอปฯ อยู่ที่หลักหมื่น แต่สามารถสร้างรายได้ได้ที่หลักล้าน

ยกตัวอย่าง การสร้างรายได้ของ แอปพลิเคชัน Tinder
การจับคู่ คือการปัดเลือกเป้าหมายของคนที่คุณคิดว่าใช่ หรือ ตรงใจ ไปเรื่อยๆ ปัดไปเรื่อยๆ เมื่อมีการปัดหน้าจอเพื่อเลือกบ่อยๆ
แอปฯ จะแจ้งเตือนว่า คุณต้องสมัครบริการแบบพรีเมียม เดือนละ 399 บาทก่อนถึงจะมีโอกาสปัดเลือกคนได้แบบ Unlimit นั่นเอง

14310820174212517991-1belief.jpg

5.ขายของออนไลน์

ข้อดีคือ ไม่มีค่าเช่าที่ ไม่ต้องหาทำเล ถ้าไม่ปัง เปลี่ยนใหม่ได้ รวมถึงไม่ต้องมีเงินลงทุนก็ทำได้ เช่นการขายแบบพรีออเดอร์ที่ปัจจุบันได้รับความนิยมมากเปรียบเหมือนการเป็นนายหน้าโพสต์สินค้ารับออเดอร์ส่งให้เจ้าของร้านค้าออนไลน์ที่จะมีระบบทุกอย่างให้เหมือนเป็นเจ้าของร้านเสียเอง
ยิ่งคุณขยัน หรือมีกลยุทธ์สร้างยอดขายได้มากๆ ไม่ใช่แค่ 1 ล้าน แต่ยังทำเงินเป็นกอบเป็นกำได้ถึง หลายล้านต่อเดือน

หากคุณอ่านมาถึงตรงนี้ แนะนำว่า อย่ารอ เริ่มไปทำอาชีพที่จับเงินล้านต่อเดือนได้เลย…..

ติดตามทั้งหมดได้ที่ : YouTube Smart SME

498c1ae7-b47b-48f4-9701-d02b99f5e15f
ปลอกคอกำจัดเห็บหมัดสุนัข
ชุดว่ายน้ำสตรี ฿490.13

 

ใส่ความเห็น

Please log in using one of these methods to post your comment:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Google photo

You are commenting using your Google account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s