ใส่ความเห็น

ยักชวนเที่ยวไทย


เรื่องนี้เป็นดารม่าอยู่หลายวันและในที่สุดก็ลงเอยด้วยดี

อยากเอาเวอร์ชั่นเดิมเริ่มแรก มาลงไว้เอาเป็นอนุสรณ์ หลังจากจะไม่ได้เห็นบนจอทีวีใดๆ อีกแล้ว

 

#ยักษ์ชวนเที่ยวไทย

ใส่ความเห็น

กรุงเทพฯคว้าอันดับ 1 ท่องเที่ยวปี 2016 คนต่างชาติมามากสุดแซงหน้าลอนดอน-ปารีส-ดูไบ-นิวยอร์ก


bkkf
ดัชนีมาสเตอร์คาร์ดเผยกรุงเทพฯคว้าอันดับ 1 จาก 132 เมืองทั่วโลกด้านการท่องเที่ยวมีนักท่องเที่ยวมามากสุดในปี 2016 อยู่ที่ 21.47 ล้านคนแซงหน้าลอนดอน-ปารีส-ดูไบ-นิวยอร์ก ไทยตั้งเป้า 33 ล้านคน

เมื่อวันที่ 22 กันยายน 2016 สำนักข่าวต่างประเทศหลายสำนักได้รายงานดัชนีมาสเตอร์คาร์ดเมืองที่ผู้คนไปท่องเที่ยวทั่วโลก( Mastercard Global Destinations Cities Index)ประจำปี 2016 โดยนำออกเผยแพร่เมื่อวันที่ 22 กันยายน กรุงเทพฯมาอันดับ 1 ที่นักท่องเที่ยวต่างชาติเดินทางมามากที่สุด  

ดัชนีที่นำออกเผยแพร่ได้จัดอับดับ 132 เมืองทั่วโลกที่ผู้คนนิยมไปท่องเที่ยว  โดยมีการประเมินถึงจำนวนนักท่องเที่ยวและการใช้เวลากับเมืองนั้นในปี 2016 รวมทั้งอธิบายให้เข้าใจอย่างลึกๆว่าประชาชนไปเที่ยวและใช้เวลาอย่างไรบ้างใน โลกนี้  การท่องเที่ยวที่ข้ามพรมแดนกันยังก่อให้เกิดความเติบโตทางเศรษฐกิจ (GDP)ของโลกด้วย

จากการศึกษาแล้วพบว่ากรุงเทพฯได้รับการประเมินว่าในปี 2016 จะมีนักท่องเที่ยวต่างชาติเดินทางมาประมาณ 21.47 ล้านคน หรือแซงหน้าอันดับ 2 กรุงลอนดอน  สำหรับอันดับ 1-10 ประกอบด้วย … Continue Reading »

ใส่ความเห็น

กทม. เมืองน่าเที่ยวอันดับหนึ่งแซงลอนดอน


10903856_902915686405845_4287446772660833945_o

22 ก.ย.59 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ดร.สมเกียรติ อ่อนวิมล สื่อมวลชนอาวุโสละ อดีตสมาชิกวุฒิสภาจากการเลือกตั้งจังหวัดสุพรรณบุรี ได้โพสต์ข้อความลงเฟซบุ๊คเพจชื่อ “สมเกียรติ อ่อนวิมล | Somkiat Onwimon” โดยนำเนื้อหาข่าวจากสำนักข่าวรอยเตอร์ที่ระบุเกี่ยวกับประเทศไทย โดยระบุว่า “กรุงเทพมหานครก้าวแซงมหานครลอนดอน ประเทศอังกฤษ ขึ้นมาเป็นเมืองท่องเที่ยวอันดับ 1 ของโลก จากการสำรวจของ Master Card โดยสำนักข่าวรอยเตอร์ระบุว่า มาสเตอร์การ์ดอ้างเหตุผลไว้ว่า กรุงเทพมหานครเต็มไปด้วยอาหารที่สุดยอด รวมทั้งค่าใช้จ่ายระหว่างท่องเที่ยวถูกมาก การที่ คสช.ยึดอำนาจไม่เป็นประชาธิปไตย ไม่สร้างกระทบการท่องเที่ยว หรือแม้แต่เหตุสร้างสถานการณ์ก่อการร้ายเหตุระเบิดที่ 3 จตังหวัดชายแดนภาคใต้ก็ส่งผลกระทบน้อยมาก”

Continue Reading »

1 ความเห็น

สถิติมีชู้เป็น # 1 ของโลก (2015) = ไทยแลนด์


Credit: https://www.statista.com/chart/3238/the-worlds-most-adulterous-countries/

ods58ic1ymqdt4eg33t-o

ถามว่าแปลกใจมั้ย ก็ไม่นะ เพราะว่าดูเหมือนว่าการมีชู้/มีกิ๊ก ในสังคมไทย ดูจะเป็นอะไรที่คนพูดถึงจนเป็นเรื่องปกติ

  • เพื่อนล้อกันในวงข้าวกลางวันในที่ทำงาน ยุยงให้ใครไปจีบใครทั้งที่เค้ามี…อยู่แล้ว
  • ในหนึ่งครอบครัวมักเป็นเรื่องทั่วไปที่จะมีสมาชิกคนใดคนหนึ่ง เช่น ปู่ ลุง หรือ พ่อ หรือ อา มีชู้
  • บางครอบครัว ยิ่งกว่าการมีชู้ คือการละเมิดทางเพศของญาติพี่น้องกันเอง
  • แย่ที่สุดคือ หลายๆคนเชื่อว่า เป็นเรื่องปกติ ที่ผู้ชาย (บางทีก็ผู้หญิงด้วย) จะเป็นแบบนี้แหละ ให้ทำใจรับไป ใครๆก็เป็น

อะไรทำให้เรามีความคิด หรือการยอมรับเหล่านี้ในสังคมไทยกันแน่
มันมีคำถามเกิดถึงในใจของ จขกท. ว่า moral system / value / ระบบความติด / ระบบการศึกษา / อื่นๆ หรืออะไรกันแน่ของประเทศเรา ที่ทำให้เรื่องพวกนี้เป็นเรื่องทั่วไป เป็นเรื่องเล็กน้อย..ไม่ได้ซีเรียสมาก..

ไม่ได้บอกว่าประเทศอื่นดีกว่าเรามากกกก นะคะ  ก็ตามสถิติเลย
เพียงแต่ว่าเคยได้ยินว่าเรื่องแบบนี้ บางประเทศเป็นเรื่องที่น่าอับอายมากๆๆๆ
ถ้าใครคำผิดเรื่องแบบนี้แล้วเรื่องถูกเปิดเผยออกไป สังคมจะให้ความรังเกียจ บางทีถึงขั้นเสียหน้าที่การงาน หรือที่ยืนในสังคมเลยก็ได้

ที่มา: http://m.pantip.com/topic/35613972?

2 ความเห็น

ทนายยืนยันลูกค้าปฎิเสธจ่าย “service charge” ร้านอาหารได้จริง


แชร์มาจากไลน์ใครเขียนไม่ทราบ..   แต่ชอบไอเดีย!!!

b9913616c2054954ad8b952f8b2364e2

ผมได้ปรึกษาทนาย ว่าร้านอาหารสามารถเก็บค่า service charge ลูกค้าได้ไหม
จากการระดมสมองของกลุ่มทนายมือดี 6 คน เพื่อค้นหาและวิเคราะห์ข้อกฏหมายต่างๆ
ปรากฏว่า ลูกค้ามีสิทธิ์ที่จะไม่จ่ายค่า service charge  และทางร้านไม่มีสิทธิ์ในการเรียกเก็บ
ผมพูดให้เข้าใจง่ายๆ ก็คือ เราไปร้านอาหาร เราไปซื้ออาหาร หลังจากที่เราสั่งอาหาร ถือว่าการตกลงซื้อขายได้เกิดขึ้นแล้ว
และกระบวนการทั้งหมด ที่เกิดขึ้นในการกินอาหาร ก็มีแค่ พนักงานนำอาหารมาเสริฟให้เรา

การเรียกเก็บค่า service charge 10% จึงไม่มีความเป็นธรรม เพราะไม่ได้มีบริการเสริมใดๆขึ้นมาจากการเสริฟอาหารปกติ

และต่อให้มีบริการอะไรที่เพิ่มเป็นพิเศษ ลูกค้าก็ต้องมีสิทธิ์เลือกว่าจะซื้อบริการนั้นรึไม่

Continue Reading »

ใส่ความเห็น

ใครจ่ายไว้ก็ไปรับซะนะ…ถ้าไม่รับก็จะเสียประโยชน์ไป


ใครจ่ายไว้ก็ไปรับซะนะ…ถ้าไม่รับก็จะเสียประโยชน์ไป

 

e0b89be0b8a3e0b8b0e0b881e0b8b1e0b899e0b8aae0b8b1e0b887e0b884e0b8a1-768x402

ใครจ่ายไว้ก็ไปรับซะนะ…ถ้าไม่รับก็จะเสียประโยชน์ไป

ลุงแจ่มเตือนภัย : ใครจ่ายไว้ก็ไปรับซะนะ…ถ้าไม่รับก็จะเสียประโยชน์ไป

สำนักงานประกันสังคม เขาทำอย่างไรกับเงินที่เราจ่ายเงินทุกเดือน ลูกจ้างอย่างเราควรต้องรู้และศึกษาไว้ เมื่อเราจ่ายเงิน 750 บาท แล้วนายจ้างจ่ายสมทบทุกเดือนให้อีก 750 บาท ต่อคนต่อเดือน แล้วในแต่ละเดือนของประกันสังคม เขาแบ่งเงิน ไปทำอะไร อย่างไหนบ้าง?

สำหรับเงิน 750 บาท ในแต่ละเดือนของประกันสังคม จะถูกแบ่งเป็น

  1. 225 บาท สำหรับดูแลเรื่องเจ็บป่วย ทุพพลภาพ คลอดบุตร และเสียชีวิต ถ้าไม่ใช้สิทธิ เงินส่วนนี้ก็จะหายไป ไม่ได้รับคืน
  2. 75 บาท สำหรับใช้ประกันการว่างงาน ถ้าว่างงานเมื่อไหร่ สามารถเอาเงินส่วนนี้มาใช้ในระหว่างตกงานหรือรอหางานใหม่ แต่ถ้าไม่ว่างงานเลย เงินส่วนนี้ก็จะหายไป ไม่ได้รับคืน
  3. 450 บาท สำหรับเก็บเป็นเงินออม จะได้รับคืนเมื่ออายุครบ 55 ปี โดยเงื่อนไข การได้เงินก้อนสุดท้าย (เงินออม เมื่อครบ 55 ปี คืน) คือ
  • 3.1 จ่ายประกันสังคมไม่ครบ 1 ปี ได้คืนส่วนที่จ่ายเป็นเงินก้อน เรียกว่าบำเหน็จชราภาพ เช่น จ่ายเดือนละ 750 บาทมาโดยตลอด 10 เดือน (750 บาท จะถูกหักเป็นเงินออม 450 บาท) เมื่ออายุครบ 55 ปี จะได้คืน 450 บาท x 10 เดือน = 4,500 บาท
  • 3.2 จ่ายครบ 1 ปี แต่ ไม่ถึง 15 ปี จะได้เป็นเงินก้อนเรียกว่าบำเหน็จเช่นกัน แต่จะมากกว่า ข้อ 3.1 คือ ได้ส่วนที่นายจ้างสมทบไว้ด้วย เช่น จ่าย 750 บาท ตลอด 7 ปี (84 เดือน) ที่จะได้รับคืนเมื่ออายุครบ 55 ปี คือ 450 บาท (ส่วนที่ตนเองจ่าย) + 450 บาท (ส่วนที่นายจ้างจ่าย) x 84 เดือน = 75,600 บาท
  • 3.3 จ่ายตั้งแต่ 15 ปีขึ้นไป จะได้รับเป็นเงินรายเดือน เรียกว่า บำนาญ-ชราภาพ โดยคำนวณ 2 กรณี คือ
  • -กรณีจ่ายครบ 15 ปีพอดี จะได้รับรายเดือน คือ 20% ของเฉลี่ยเงินเดือน 60 เดือนสุดท้าย เช่น 60 เดือนสุดท้าย เฉลี่ยแล้วเท่ากับ 15,000 บาท จะได้รับ 20% คือ เดือนละ 3,000 บาท ไปจนเสียชีวิต
  • -กรณีสมทบมากกว่า 15 ปี จะได้รับโบนัสเพิ่ม 1.5% ของเงินเดือน 60 เดือนสุดท้าย หากครบปี เช่น จ่ายครบ 20 ปี รายเดือนที่จะได้รับ คือ 20% ของเงินเดือนเฉลี่ย 60 เดือน + 1.5% ของเงินเดือนเฉลี่ย 60 เดือน x 5 ปี (จ่าย 20 ปี เกินจากที่กำหนดขั้นต่ำมา 5 ปี) เช่น เฉลี่ยเงินเดือน 60 เดือนสุดท้าย เท่ากับ 15,000 บาท จะได้รายเดือน คือ (20% x 15,000 บาท) = 3,000 บาท + (1.5% x 15,000 บาท x 5 ปี) = 3,375 บาท รวมเป็น 6,375 บาท ต่อเดือนไปจนเสียชีวิต

กรณีที่ได้รับเงินบำนาญชราภาพแล้ว แต่ยังไม่ครบ 5 ปี แล้วเสียชีวิตไปก่อน กรณีเช่นนี้ จะได้รับบำเหน็จ 10 เท่า ของเดือนสุดท้ายของเงินบำนาญ ที่ได้รับ เช่น รับเงินรายเดือน เดือนล่าสุด 6,375 บาท เมื่อเสียชีวิตรับ 63,750 บาท

มูลนิธิผู้บริโภค

ขอบคุณข้อมูลจาก คม ชัด ลึก

ใส่ความเห็น

12 ต้อง หากคุณเป็นสถาปนิก


By on August 19, 2016
e0b89be0b881-content-e0b980e0b881e0b988e0b8b2-08
เคยมีคนมาบอกคุณมั้ยครับว่าจะเป็น สถาปนิก ต้องมีคุณสมบัติอะไรบ้าง หรือในมุมมองของลูกค้า เคยมีใครมาบอกคุูณมั้ยครับว่าการที่คุณจะหา สถาปนิก ออกแบบบ้าน อาคาร ต่างๆ เขาความมีคุณสมบัติอะไร
วันนี้ผมเองไม่ได้อ้างอิงทฤษฎีตายตัวอะไรครับ เพียงแต่รวบรวมจากประสบการณ์ของผม
ตลอดระเวลาการทำงาน เกือบ 2 0ปี ในอาชีพสถาปนิก ว่าสถาปนิกที่ดี ต้องมีคุณสมบัติใดบ้าง
%d bloggers like this: